|
|
การดำเนินงาน
โครงการปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
(พ.ย. 2543- ต.ค. 2544) |
- ความเป็นมา
- โครงการโรงเรียนปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
เป็นโครงการวิจัยและพัฒนาของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
โดยความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการปฏิรูปการเรียนรู้ซึ่งมี
ศ.นพ.ประเวศ วะสี เป็นประธาน ด้วยความร่วมมือจากกระทรวงศึกษาธิการ
กรุงเทพมหานคร และกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ในการประชาสัมพันธ์โครงการเพื่อให้โรงเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีความต้องการจะปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งโรงเรียนตามแนวพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ. 2542 ส่งใบสมัครมายังสถาบันแห่งชาติเพื่อปฏิรูปการเรียนรู้ของ
สกศ.ภายในวันที่ 15 กันยายน 2543 ปรากฏว่ามีโรงเรียนสมัครภายในระยะเวลาที่กำหนด
จำนวน 3,800 โรง การคัดเลือกโรงเรียนพิจารณาความพร้อม
การกระจายทุกสังกัด ทุกจังหวัด และขนาดของโรงเรียน
จำนวน 230 โรง ขณะเดียวกันสถาบันส่งเสริมคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของ
สกศ.ได้ประกาศรับสมัครโรงเรียนเพื่อดำเนินการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา
และมีผู้สนใจสมัครมา 109 โรง และได้พิจารณาคัดเลือกโรงเรียนที่มีความพร้อมไว้
28 โรง ต่อมา สกศ.มีนโยบายให้รวม 2 โครงการ เข้าด้วยกัน
เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่ต่อเนื่องกัน จึงได้แจ้งให้โรงเรียนที่ได้รับการคัดเลือกยืนยันความประสงค์ที่จะดำเนินการทั้งการปฏิรูปการเรียนรู้ในระยะแรก
และการปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาในระยะที่
2 ดังนั้นจึงทำให้มีโรงเรียนในโครงการที่สมัครใจจะเริ่มดำเนินการทดลองปฏิรูปฯ
ทั้งโรงเรียนรวม 258 โรง เพื่อรับการส่งเสริมการปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งโรงเรียน
โดยเน้นการพัฒนาตนเองของผู้บริหารและครูทั้งโรงเรียน
เรื่องการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
การบริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School Based
Management : SBM) การวิจัยปฏิบัติการ รวมทั้งเปิดโอกาสให้พ่อแม่
ผู้ปกครอง และชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอนและการบริหารเพื่อการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา
การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 3 ระยะ
|
|

|
- ระยะที่ 1 โรงเรียนพัฒนาตนเองเพื่อปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
(ม.ค. เม.ย. 2544)
- ระยะที่ 2 โรงเรียนพัฒนากระบวนการเรียนรู้และระบบการประกันคุณภาพภายในเพื่อพัฒนาผู้เรียน
(เม.ย. ต.ค. 2544)
- ระยะที่ 3 โรงเรียนดำเนินการปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อการประกันคุณภาพภายในและเตรียมความพร้อมเพื่อการขยายเครือข่ายโรงเรียนปฏิรูปฯ
อย่างน้อย 5 10 โรง (พ.ย. 2544 เม.ย. 2545)
- ผลการดำเนินงาน
- 1) จำนวนโรงเรียนในโครงการ
- สกศ. ได้รับแจ้งยืนยังจากโรงเรียนที่คัดเลือกไว้เพื่อดำเนินการตามแนวทางของโครงการ
ซึ่งพิจารณาความพร้อมและการกระจายในทุกสังกัดและทุกจังหวัดรวม
258 โรง ต่อมา เมื่อมีการจัดประชุมครั้งที่ 1 เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจร่วมกัน
มี 3 โรงที่ไม่มาเข้าร่วมประชุมจึงเหลือจำนวนโรงเรียนที่ดำเนินการในระยะที่
1 จำนวน 253 โรง และเมื่อได้จัดประชุมเพื่อสรุปบทเรียนระยะที่
1 และเตรียมการวางแผนการดำเนินงานในระยะที่ 2 พบว่ามีอีก
3 โรง ที่ไม่มาเข้าร่วมประชุม เนื่องจากขาดแคลนบุคลากร (มีครูเกษียณและผู้บริหารถูกย้ายไปโรงเรียนอื่น)
ดังนั้นปัจจุบันมีโรงเรียนในโครงการที่ดำเนินงานในระยะที่
2 และ 3 จำนวน 250 โรง รายละเอียดโรงเรียนในโครงการจำแนกตามภูมิภาคและสังกัดดังนี้
- โรงเรียนจำแนกตามภูมิภาคและสังกัด
|
สังกัด \ ภาค
|
เหนือ
|
ตะวันออกเฉียงเหนือ
|
กลาง
|
ใต้
|
กรุงเทพฯ
|
รวม
|
|
- สปช
|
37
|
32
|
50
|
21
|
2
|
142
|
|
- กรมสามัญฯ
|
13
|
26
|
17
|
13
|
4
|
73
|
|
- เทศบาล
|
2
|
6
|
3
|
2
|
-
|
13
|
|
- กทม.
|
-
|
-
|
-
|
-
|
5
|
5
|
|
- ตชด.
|
-
|
1
|
-
|
1
|
-
|
2
|
|
- เอกชน
|
2
|
2
|
5
|
3
|
2
|
14
|
|
- กรมศาสนา
|
-
|
1
|
-
|
-
|
-
|
1
|
|
- รวม
|
54
|
68
|
75
|
40
|
13
|
250
|
- 2) กิจกรรมการดำเนินงาน
- 2.1 จัดประชุมเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจร่วมกัน
เกี่ยวกับกรอบแนวคิดการดำเนินงานโครงการ 4 ภาค ภาคกลาง วันที่
31 มกราคม 2 กุมภาพันธ์ 2544 ณ โรงแรมรอยัลซิตี้ กรุงเทพฯ
ภาคใต้ วันที่ 15 17 กุมภาพันธ์ 2544 ณ โรงแรมเอ็มพีรีสอร์ท
จังหวัดตรัง ภาคเหนือ วันที่ 22 24 กุมภาพันธ์ 2544 ณ
โรงแรมลำปางเวียงทอง จังหวัดลำปาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
วันที่ 1 3 มีนาคม 2544 ณ โรงแรมเจริญธานีปริ๊นเซส จังหวัดขอนแก่น
โดยมีสาระเชิงวิชาการและตัวอย่างประสบการณ์ที่ปรากฏผลสำเร็จชัดเจนเกี่ยวกับ
1) การจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการเป็นองค์รวมที่ยึดผู้เรียนสำคัญที่สุด
2) การวิจัยในชั้นเรียน 3) การบริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
4) การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาเพื่อรองรับการประเมินภายนอก
ต่อจากนั้นโรงเรียนวางแผนเพื่อพัฒนาตนเอง ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์
- เมษายน 2544 แล้วรายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานโครงการระยะที่
1 รวมทั้งปัญหาและแนวทางแก้ไข เพื่อการวางแผนการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา
ในระยะที่ 2 ช่วงเดือนพฤษภาคม ตุลาคม 2544 โดย สกศ. สนับสนุนงบประมาณ
โรงละ 5,000 บาท และจัดให้โรงเรียนในโครงการ มีที่ปรึกษาทางด้านวิชาการ
จากคณะครุศึกษา ซึ่งทำหน้าที่เป็นนักวิจัยในระดับพื้นที่ของโครงการ
เพื่อติดตามช่วยเหลือทางด้านวิชาการ และประเมินผลการดำเนินงาน
ในระดับพื้นที่ โดยเฉลี่ยนักวิจัย 1 ทีม จะรับผิดชอบโรงเรียน
3 6 โรง โรงเรียนและนักวิจัย จะได้รับเอกสารทางวิชาการ
สกศ. เพื่อส่งเสริมการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง
- ลักษณะการดำเนินงานตามโครงการโรงเรียนปฏิรูปฯ เป็นการพัฒนางานของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
โดยใช้การวิจัยและพัฒนา กล่าวคือโรงเรียนปฏิรูปฯ ทั้ง 250
โรง จะได้รับการสนับสนุนทางวิชาการและงบประมาณให้โรงเรียนสามารถพัฒนาการจัดกระบวนการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนและชุมชน
ทั้งนี้โรงเรียนจะมีที่ปรึกษาเชิงวิชาการจากสถาบันครุศึกษา
ซึ่งกระจายอยู่ในทุกภูมิภาค รวมทั้งสิ้น 44 ทีม มีหน้าที่เป็นผู้ให้คำปรึกษาส่งเสริมและสนับสนุนการปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งโรงเรียน
พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นนักวิจัยของโครงการในระดับพื้นที่
เพื่อรายงานสภาพการดำเนินงานของโรงเรียนในพื้นที่รับผิดชอบและประเมินผลการดำเนินงานโครงการทั้งสองระยะ
- 2.2 จัดประชุมนักวิจัยทั้ง 44 ทีม เพื่อเตรียมความพร้อม
และกำหนดบทบาทภารกิจของนักวิจัยในพื้นที่ซึ่งจะปฏิบัติงานทั้งในฐานะนักวิจัยและที่ปรึกษาแบบกัลยาณมิตรให้กับโรงเรียน
และเป็นเวทีพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญโครงการฯ
กับนักวิจัย ระหว่างวันที่ 19 20 มีนาคม 2544 ณ โรงแรมหลุยส์แทเวิร์น
กรุงเทพฯ
- 2.3 จัดประชุมสรุปผลการดำเนินงานระยะที่ 1
ซึ่งเน้นการพัฒนาตนเองของโรงเรียน เพื่อการปฏิรูปการเรียนรู้
สำหรับโรงเรียนและนักวิจัยในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ณ โรงแรมอัมรินทร์ลากูน จังหวัดพิษณุโลก ระหว่างวันที่ 26
27 มิถุนายน 2544 และสำหรับภาคกลางกับภาคใต้ ณ ศูนย์ฝึกอบรมงานอภิบาล
"บ้านผู้หว่าน" จังหวัดนครปฐม ระหว่างวันที่ 2 3 กรกฎาคม
2544 การประชุมได้เน้นการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของครู
ผู้บริหาร สถานศึกษา และนักวิจัย รวมทั้งวางแผนการดำเนินงานระยะที่
2 ร่วมกัน ผลของการสรุปบทเรียน พบว่า หลายโรงเรียนในทุกภาคมีการพัฒนาอย่างจริงจัง
มีผลงานมานำเสนอเป็นรูปธรรม และพบว่าในระดับโรงเรียนปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้การปฏิรูปการเรียนประสบผลสำเร็จคือ
ผู้บริหาร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดวัฒนธรรมการทำงานเป็นหมู่คณะของครูทุกคน
และการให้กำลังใจซึ่งกันและกันภายในโรงเรียนรวมทั้งความมุ่งมั่นใฝ่รู้และลงมือทดลองทำ
รวมทั้งความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของบุคลากร และนักเรียนทุกคนในโรงเรียน
และ สกศ. ได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อการดำเนินงานในระยะที่
2 ซึ่งเป็นเงินช่วยเหลือจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) จำแนกตามขนาดโรงเรียน
คือ ขนาดใหญ่ โรงละ 11,510 บาท ขนาดกลาง โรงละ 17,128 บาท
และขนาดเล็ก โรงละ 18,800 บาท
- 2.4 จัดประชุมสรุปผลการดำเนินงานระยะที่ 2
ซึ่งเน้นการปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาใน
4 ภูมิภาค ภาคกลาง วันที่ 4 5 ตุลาคม 2544 ณ โรงแรมปรินซ์พาเลซ
มหานาค กรุงเทพฯ ภาคใต้ วันที่ 11 12 ตุลาคม 2544 ณ โรงแรมบีพีแกรนด์ทาวเวอร์
จังหวัดสงขลา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ 18 19 ตุลาคม
2544 ณ โรงแรมโฆษะ จังหวัดขอนแก่น และภาคเหนือ วันที่ 25
26 ตุลาคม 2544 ณ โรงแรมดิเอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่ และรับเงินอุดหนุนเพื่อการดำเนินงานในระยะที่
3 ซึ่งเป็นเงินช่วยเหลือจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) จำแนกตามขนาดโรงเรียน
คือ ขนาดใหญ่ 10,000 บาท ขนาดกลาง 15,000 บาท และ ขนาดเล็ก
21,000 บาท
- นอกจากนี้ในช่วงสุดท้ายของการประชุม ผู้เกี่ยวข้องกับโครงการได้ร่วมกันระดมความคิดเรื่องความต่อเนื่องของโครงการสาระการประชุม
สรุปได้ดังนี้
- 2.4.1 ในส่วนของโรงเรียนทั้งครูและผู้บริหารมีแนวคิดว่าต้องดำเนินการต่อไปให้ดียิ่งขึ้นเนื่องจากได้เรียนรู้ประสบการณ์จากโรงเรียนอื่น
ๆ ในโครงการ และมีความมั่นใจว่าได้ดำเนินการมาถูกทางแล้ว
และมีแผนที่จะติดต่อกับนักวิจัยเพื่อขอความช่วยเหลือทางด้านวิชาการต่อ
- 2.4.2 นักวิจัยผู้ให้คำปรึกษาในระดับพื้นที่มีความเห็นว่าได้เรียนรู้จากโครงการนี้มากเกี่ยวกับประสบการณ์ได้รับจากการร่วมไปเรียนรู้กับโรงเรียนในพื้นที่รับผิดชอบและได้เห็นการพัฒนาของโรงเรียน
โดยเฉพาะโรงเรียนที่ไม่เคยดำเนินงานอย่างจริงจังมาก่อนมีความก้าวหน้าอย่างมาก
เพื่อเปรียบเทียบระหว่างช่วงแรกที่เข้าโครงการกับปัจจุบัน
จึงได้ใช้ตัวอย่างประสบการณ์จากโรงเรียนในโครงการไปใช้กับการสอนนักศึกษาในสาขาครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์
รวมทั้งได้เชิญครูจากโรงเรียนในโครงการไปเป็นวิทยากรเรื่องการจัดทำแผนการสอน
และใช้โรงเรียนในโครงการเป็นสถานที่ศึกษาดูงานของครูประจำการที่เข้ารับการอบรมที่สถาบันครุศึกษาด้วย
- 2.4.3 ต้นสังกัดหลายสังกัดมีความเห็นที่สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานโครงการฯ
และจะนำแนวทางการดำเนินงานไปขยายผลกับโรงเรียนในสังกัด เช่น
กรมสามัญศึกษา เทศบาล เป็นต้น
- 3) การดำเนินงานในระยะที่ 3 (พฤศจิกายน 2544
มีนาคม 2545)
- โรงเรียนในโครงการดำเนินการปฏิรูปการเรียนรู้ เพื่อการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น
โดย สกศ. จะติดตามผลการดำเนินงานและคัดเลือกผู้บริหารต้นแบบ
และคัดเลือกตัวอย่างกิจกรรมการดำเนินงานปฏิรูปการเรียนรู้
เพื่อการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ทั้งของโรงเรียน ของนักวิจัย/ผู้ให้คำปรึกษาเพื่อการเผยแพร่
ขยายผล และสำหรับโรงเรียนที่มีความพร้อมที่จะเป็นผู้นำการปฏิรูปในเรื่องต่าง
ๆ เช่น การปฏิรูปการเรียนรู้ การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
การวิจัยในชั้นเรียน และการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ให้มีการเตรียมการจัดทำหลักสูตรการอบรม
การดูงาน และคำนวณค่าใช้จ่ายเพื่อขอรับการอุดหนุนจาก สกศ.หรือจากผู้มาใช้บริการของโรงเรียน
โดย สกศ.เป็นตัวกลางในการสื่อสาร โดยจัดข้อมูลทั้งตัวอย่างประสบการณ์ที่เด่น
ๆ และหลักสูตรการฝึกอบรมหรือดูงานในรูปของสิ่งพิมพ์ และลงในเว็บไซต์
เพื่อการเผยแพร่ขยายผลในวงกว้าง ให้ครอบคลุมสถานศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยเร็ว
- 4) การบริหารโครงการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
ได้มอบหมายให้สถาบันแห่งชาติเพื่อปฏิรูปการเรียนรู้ 1 เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ
โดยดำเนินงานร่วมกับกลุ่มงาน/ศูนย์/สำนักต่างๆ ใน สกศ. ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการเรียนรู้ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
เช่น สำนักพัฒนามาตรฐานการศึกษาแห่งชาติ กลุ่มงานบริหารและจัดการศึกษา
กลุ่มงานประเมินผล ศูนย์สื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ฯลฯ
เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของโรงเรียนปฏิรูปฯ นอกจากนี้
สกศ. ได้รับความช่วยเหลือทางวิชาการจากธนาคารพัฒนาเอเชีย
(ADB) แบบให้เปล่าในรูปของเงินอุดหนุน ให้โรงเรียนโดยตรงเพื่อการดำเนินงานในระยะที่
2 เฉลี่ยโรงละ 20,000 40,000 บาท (ระยะที่ 1 สกศ. สนับสนุนโรงเรียนละ
5,000 บาท) และจัดจ้างผู้เชี่ยวชาญประจำโครงการ 4 ท่าน เพื่อทำงานร่วมกับ
สกศ. ในด้านการประเมินผล ด้านการพัฒนาครู และการจัดกระบวนการเรียนการสอน
ด้านการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (SBM) และด้านการวิจัยเพื่อปฏิรูปการเรียนรู้
และทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา สนับสนุนการดำเนินการของนักวิจัย
44 ทีม และโรงเรียนปฏิรูปฯ ทั้ง 250 โรง
|
|
|