ทีมที่ 35

แผนปฏิบัติการในการร่วมพัฒนาโรงเรียนในพื้นที่รับผิดชอบ
โครงการปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ระยะที่ 2

1. สภาพและผลการดำเนินงานระยะที่ 1

คณะนักวิจัยได้ดำเนินกิจกรรมในโรงเรียนพื้นที่รับผิดชอบ ดังนี้
1.1 พบปะผู้บริหาร ครู-อาจารย์ และคณะกรรมการสถานศึกษา โดยได้ชี้แจงวัตถุประสงค์ของโครงการปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ซึ่งโรงเรียนทั้ง 6 แห่งนี้ได้รับการคัดเลือกจากสถาบันแห่งชาติเพื่อการปฏิรูปการเรียนรู้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ โดยการนำร่องในเรื่องดังต่อไปนี้ คือ การจัดกระบวนการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Child-centered) การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School-Based Management) การประเมินผลการเรียนรู้แนวใหม่ (Portfolio, Authentic assessment etc.) การประกันคุณภาพการศึกษาและการวิจัยในชั้นเรียนส่วนมากเป็นเรื่องใหม่ของโรงเรียน โดยมีบางโรงเรียนได้เริ่มกิจกรรมบางอย่างไปแล้ว เช่น แผนการเรียนการสอน โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และแผนการสอนแบบบูรณาการ และมีบางโรงเรียนได้เริ่มพัฒนาระบบเข้าสู่การประกันคุณภาพการศึกษา แต่ยังไม่สมบูรณ์แบบ ตลอดจนมีการประเมินผลผู้เรียนโดยใช้ Portfolio
1.2 การสร้างจิตสำนึกในการปฏิรูปการเรียนรู้ โดยการบรรยายให้ผู้บริหาร คณะครู-อาจารย์ และคณะกรรมการสถานศึกษาให้เข้าใจถึงความสำคัญของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 โดยเฉพาะหมวดที่ 4 ที่ว่าด้วย แนวการจัดการศึกษา มาตรา 22 "การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้ และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด…" นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2543 ที่เน้นการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาใน 4 ด้าน คือ ด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป ส่วนมากคณะกรรมการสถานศึกษาเกือบทุกแห่งยังไม่เข้าใจบทบาทหน้าที่ใหม่ของตนเอง และเพิ่งได้รับทราบจากคณะนักวิจัย ทำให้เกิดความตระหนักในการที่จะเข้ามามีส่วนร่วมบริหารและจัดการศึกษาในโรงเรียน
1.3 ได้พบปะกับผู้บริหาร คณะครู-อาจารย์ และคณะกรรมการสถานศึกษาในการช่วยกันระดมความคิด วิเคราะห์จุดแข็ง-จุดอ่อน โอกาส-อุปสรรค ของโรงเรียน โดยให้คงสภาพของจุดแข็งไว้ ลดจุดอ่อนให้น้อยลง คว้าโอกาสที่ดี และแก้ไขปัญหา/อุปสรรค ซึ่งส่วนใหญ่ทุกโรงเรียนมีความเข้าใจบริบทของโรงเรียนตนเองดีขึ้น และพร้อมที่จะพัฒนาให้ดีขึ้น โดยเฉพาะด้านการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
1.4 การจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง "การจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น" โดยมีวิทยากรมาบรรยายในภาคเช้า ส่วนภาคบ่ายช่วงแรกมีการทดลองทำหลักสูตรท้องถิ่นของแต่ละโรงเรียน และภาคบ่ายช่วงหลัง ให้ผู้แทนแต่ละโรงเรียนได้อภิปรายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ในการเข้าโครงการปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน การสัมมนาเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ประกอบไปด้วยผู้บริหาร คณะครู-อาจารย์ และคณะกรรมการสถานศึกษา โดยกำหนดให้โรงเรียนละ 10 คน ซึ่งผลเป็นที่น่าพอใจ เพราะทำให้ผู้บริหารครู-อาจารย์ และคณะกรรมการสถานศึกษาเกิดความเข้าใจในการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น และสามารถนำไปปฏิบัติได้
1.5 การนิเทศ ติดตามงานเป็นระยะของโรงเรียนในพื้นที่รับผิดชอบได้ไปนิเทศในระยะที่ 1 โรงเรียนละ 2 ครั้ง โดยได้รับความร่วมมือจากผู้บริหาร คณะครู-อาจารย์ และคณะกรรมการสถานศึกษาเป็นอย่างดี สำหรับในระยะที่ 2 ได้ไปนิเทศ ติดตามงานเพียง 1 ครั้ง โดยได้ร่วมพิจารณาแผนการสอนแบบบูรณาการ และแบบที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ปรากฏว่าบางโรงเรียนได้ทดลองใช้แล้วพบปัญหาและอุปสรรค โดยเฉพาะแผนการสอนแบบบูรณาการ เนื่องจากว่าครูยังไม่พร้อม และไม่แน่ใจว่าผู้เรียนจะสับสนหรือไม่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้เรียนในระดับประถม 4-6 และมัธยม เพราะยังยึดติดกับการเรียนแบบเดิมที่สอนกันไปในแต่ละวิชา คณะนักวิจัยได้นำแผนการสอนของแต่ละโรงเรียนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ทำให้คณะครู-อาจารย์เข้าใจขึ้นมาระดับหนึ่ง

  ทีมที่ 4
  ทีมที่ 5
  ทีมที่ 6
  ทีมที่ 7
  ทีมที่ 10
  ทีมที่ 11
  ทีมที่ 12
  ทีมที่ 14
  ทีมที่ 20
  ทีมที่ 31
  ทีมที่ 35
  ทีมที่ 40



    แนวทางการดำเนินงานโครงการ
    แผนการดำเนินงาน
    รายชื่อโรงเรียนในโครงการ
    รายชื่อนักวิจัยในโครงการ
    สรุปผลการดำเนินงานโครงการ

แผนปฏิบัติการในการร่วมพัฒนาโรงเรียน
ในพื้นที่รับผิดชอบโครงการปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ระยะที่ 2

โรงเรียน

สภาพการดำเนินงานระยะที่ 1

วัตถุประสงค์และเป้าหมาย ระยะที่ 2

วิธีการดำเนินงาน

วิธีการประเมินผลการดำเนินงาน

แนวทางการนำเสนอ ระยะที่ 2

แผนขอรับการประกันฯ

จังหวัดเลย
1. วัดวังสพุง- พัฒนาราม
2. บ้านติ้วน้อย
3. บ้านโนนสมบูรณ์

จังหวัดหนองบัวลำภู
1. โนนเมืองวิทยาคาร
2. นากอกวิทยาคาร
3. ยางหล่อวิทยาคาร

- พบปะผู้บริหาร ครู-อาจารย์ และคณะกรรมการสถานศึกษา
- สร้างจิตสำนึกในการปฏิรูปการเรียนรู้
- วิเคราะห์จุดแข็ง-จุดอ่อน
- พัฒนาบุคลากรโดยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับคณะนักวิจัย
- เชิญวิทยากรบรรยายเรื่อง "หลักสูตรท้องถิ่น"
- จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ
- นิเทศ ติดตามงานเป็นระยะ

- ให้คำปรึกษา
- ให้ข้อเสนอแนะ
- ให้การสนับสนุน
- ร่วมวางแผนดำเนินการ นิเทศ ติดตามและประเมินผล โดยครอบคลุมเรื่องการพัฒนาบุคลากร Child-centered, SBM การประเมินผลการเรียนรู้แนวใหม่และการประกันคุณภาพ

- ประชุมร่วมกับคณะครู-อาจารย์ และผู้บริหารเพื่อตรวจสอบแผนพัฒนาบุคลากรของแต่ละบุคคล
- กระตุ้นให้คณะครู-อาจารย์มีแผนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และแผนการสอนแบบบูรณาการ
- ให้ความรู้ในเรื่อง SBM และกระตุ้นให้มีการดำเนินการปฏิบัติจริง
- ให้การสนับสนุนในการประเมินผลการเรียนรู้หลากหลายวิธี
- ให้มีการประกันคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด

- ติดตามแผนการพัฒนาเป็นรายบุคคล
- ตรวจสอบแผนการสอนที่เป็นไปได้และสามารถสอนได้จริง
- ผลการประชุมร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษาในการบริหารโรงเรียน
- ตรวจสอบผลงานของนักเรียน
- มีการจัดตั้งคณะกรรมการที่รับผิดชอบโดยตรง

- นำเสนอเป็นภาพรวมของโรงเรียนแต่ละสังกัด ซึ่งได้แก่ ระดับมัธยมศึกษา ประถมศึกษา และโรงเรียนที่สังกัดกรมศาสนา

- การขอรับการประกันคุณภาพภายนอกในระยะที่ 2 จะสามารถประเมินได้บางมาตรฐานและบางตัวบ่งชี้เท่านั้น

2. วัตถุประสงค์/วิธีการ/การประเมินผล

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

วิธีการดำเนินงานหรือกิจกรรม

การประเมินผลการดำเนินงาน

ระยะเวลาดำเนินงาน

งบประมาณ

เป้าหมาย : เพื่อให้เกิดการปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งโรงเรียน        
วัตถุประสงค์
1. เพื่อพัฒนาบุคลากรในการนำความรู้เรื่อง "การเรียนรู้ที่ผู้เรียนสำคัญที่สุด" ไปใช้ในการปรับปรุงการเรียนการสอน

1. ประชุมร่วมกับผู้บริหารและคณะครู-อาจารย์ เพื่อติดตามให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะในแผนพัฒนาบุคลากรของแต่ละบุคคล

1.ติดตามแผนพัฒนาเป็นรายบุคคล โดยพิจารณาจากแผนการสอนที่เป็นไปได้และสามารถนำไปสอนได้จริง โดยเน้นผู้เรียนสำคัญที่สุด

1. ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2544

1.ค่าเดินทางและค่าเอกสารสิ่งพิมพ์ ประมาณ 3,000 บาท
2. เพื่อให้มีส่วนร่วมในการปรับปรุงการบริหารโรงเรียนตามหลักการของการบริหาร โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน 2. จัดให้มีการบรรยายให้ความรู้ในหลักการของการบริหาร โดยใช้โรงเรียนเป็นฐานและกระตุ้นให้คณะกรรมการสถานศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารและจัดการศึกษา 2. จากผลการประชุมร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษาในการบริหารและจัดการศึกษา โดยมีส่วนร่วมใน 4 ด้าน คือ ด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ การบริหารบุคคล และการบริหารทั่วไป 2.ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2544 2. ค่าวิทยากร ค่าเดินทาง และค่าเอกสารสิ่งพิมพ์ ประมาณ 4,000 บาท
3. เพื่อให้นำความรู้เรื่อง "การวิจัยในชั้นเรียน" ไปทำการวิจัยและใช้ปรับปรุงการเรียนการสอน 3. จัดให้มีการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การวิจัยในชั้นเรียนแก่คณะครู-อาจารย์ ทั้งโรงเรียนและทดลองฝึกปฏิบัติโดยใช้กรณีศึกษา 3. ผลการวิจัยเบื้องต้น โดยมีการเก็บข้อมูลอย่างง่าย สรุปและอภิปรายผล พร้อมกับข้อเสนอแนะในการนำไปใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม 3.ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2544 3. ค่าวิทยากร ค่าเดินทาง ค่าเอกสารสิ่งพิมพ์ และค่าอาหารสำหรับผู้เข้ารับการอบรม ประมาณ 6,000 บาท
4.เพื่อให้นำความรู้เรื่อง "การประเมินผลการเรียนรู้ตามแนวใหม่" ไปใช้ในการวัดและประเมินผลการเรียน 4. จัดใหม่มีการประชุมร่วมกัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีการประเมินผลการเรียนรู้ตามแนวใหม่ระหว่างคณะครู-อาจารย์ในโรงเรียนที่อยู่ในโครงการปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 4.ติดตามผลการประเมินผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย เช่น Portfolio ผลงานประดิษฐ์ โครงงานต่าง ๆ เป็นต้น 4. ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2544 4. ค่าเดินทาง ค่าอาหารสำหรับผู้เข้าประชุมและค่าเอกสารสิ่งพิมพ์ ประมาณ 6,000 บาท
5.เพื่อให้พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยนำไปสู่การประกันคุณภาพทั้งระบบ โดยครอบคลุมทั้งนักเรียน กระบวนการและปัจจัย 5. ให้มีการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหาในรูปคณะกรรมการ โดยแบ่งเป็นคณะกรรมการที่รับผิดชอบด้านนักเรียน ด้านกระบวนการ และด้านปัจจัย โดยมีการประชุมร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ 5.ติดตามผลจากตัวชี้วัดแต่ละมาตรฐานของการประกันคุณภาพ โดยใช้มาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งมี 27 มาตรฐาน 91 ตัวชี้วัด ซึ่งขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละโรงเรียนด้วย 5.ในช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2544 5. ค่าเดินทาง ค่าเอกสารสิ่งพิมพ์ ประมาณ 4,000 บาท

3. แนวทางการนำเสนอรายงานผลการดำเนินงานระยะที่ 2

ในการนำเสนอจะเป็นภาพรวมของโรงเรียนแต่ละระดับ/สังกัด ซึ่งได้แก่ ระดับมัธยมศึกษา ประถมศึกษา และโรงเรียนที่สังกัดกรมการศาสนา โดยจะนำเสนอรูปแบบของการสังเคราะห์ วิธีการปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งโรงเรียน นอกจากนี้ยังนำเสนอ โดยใช้ CIPP Model คือ บริบท (Context) ปัจจัยนำเข้า (Input) กระบวนการ (Process) และผลผลิต (Product) ในการปฏิรูปการเรียนรู้ของโรงเรียนในแต่ละระดับ/สังกัด

4. แผนการขอรับการประกันคุณภาพภายนอกกับ สมศ.

การขอรับการประกันคุณภาพภายนอกในระยะที่ 2 จะสามารถประเมินได้บางมาตรฐาน และบางตัวบ่งชี้เท่านั้น โดยอาจจะเป็นการเตรียมมาตรฐานที่เป็นแกนหลัก ซึ่งได้รับการรับรองจากมติคณะรัฐมนตรีที่ให้การประเมินคุณภาพภายนอก 14 มาตรฐาน ในช่วงแรกก่อน นอกจากนั้นจะทยอยประเมินคุณภาพภายนอกจนครบ 27 มาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติในระยะเวลา 5 ปี



ทีมที่ 35

ผู้วิจัย
1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชัญญา อภิปาลกุล
2. รองศาสตราจารย์ประพันธ์ สุริหาร
3. รองศาสตราจารย์เรณู คุปตัษเฐียร
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น

โรงเรียนที่รับผิดชอบ
1. โรงเรียนวัดวังสพุงพัฒนาราม แผนกสามัญศึกษา จังหวัด เลย
2. โรงเรียนบ้านโนนสมบูรณ์ จังหวัด เลย
3. โรงเรียนบ้านติ้วน้อย จังหวัด เลย
4. โรงเรียนยางหล่อวิทยาคาร จังหวัด หนองบัวลำภู
5. โรงเรียนนากอกวิทยาคาร จังหวัด หนองบัวลำภู
6. โรงเรียนโนนเมืองวิทยาคาร จังหวัด หนองบัวลำภู