โครงการโรงเรียนปฏิรูปการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา


หัวใจของการปฏิรูปการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ. 2542  ซึ่ง เป็นกฎหมายแม่บทในการจัดการศึกษาของชาติ คือ การปฏิรูปการเรียนรู้ ตามหมวด 4 แนวการ จัดการศึกษา  ซึ่งสาระสำคัญในการปฏิรูปการเรียนรู้  คือ การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการเรียนรู้ ของคนไทยทั้งชาติ จากเดิมที่เน้นการถ่ายทอด การท่องจำและการทำตามคำสั่งของครูหรือผู้อื่น โดยเน้นวิชาและเนื้อหาเป็นสำคัญ  มาเป็นการเน้นการคิดการปฏิบัติของผู้เรียนเป็นสำคัญ  โดย คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล และการปลูกฝังให้ผู้เรียนรู้จักแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มีนิสัยรักการเรียนรู้ตลอดชีวิต

การปฏิรูปการเรียนรู้ ควรเริ่มจาก โรงเรียนทุกแห่งดำเนินการพัฒนากระบวนการเรียน รู้ และ การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  โดยในการดำเนินการดังกล่าวจะต้องมี การประกันคุณภาพภายในผสมผสานอยู่ในกระบวนการเรียนรู้และการจัดการเรียนการสอนเพื่อ พัฒนาคุณภาพของผู้เรียนอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา โดยบุคลากรของโรงเรียนทั้งผู้บริหารและครู ควรมีความตระหนัก  และ  มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิรูปการเรียนรู้  เพื่อนำไปสู่การ ปฏิบัติและมีการบริหารจัดการที่เป็นระบบเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนสำคัญที่สุด ตลอด จนเปิดโอกาสให้ พ่อแม่ ผู้ปกครองครอบครัวชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการ ศึกษา  เพื่อเป็นการส่งเสริม สนับสนุน ให้โรงเรียนที่กำลังดำเนินการ หรือ  มีความต้องการที่จะ ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และดำเนินการประกันคุณภาพภายในให้ผสมผสานกับการจัดกระบวน การเรียนรู้ให้ประสบผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติจึง ได้ดำเนินโครงการสรรหาและสนับสนุนโรงเรียนปฏิรูปการเรียนรู้และการประกันคุณภาพภาย ในขึ้นมาเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ



    แนวทางการดำเนินงานโครงการ
    แผนการดำเนินงาน
    รายชื่อโรงเรียนในโครงการ
    รายชื่อนักวิจัยในโครงการ
    ผลการดำเนินงานโครงการ
    สรุปผลการดำเนินงานโครงการ

วัตถุประสงค์ 

1.เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการดำเนินการปฏิรูปกระบวน การเรียนรู้ โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
2. เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้โรงเรียนดำเนินการประกันคุณภาพภายในให้ผสมผสาน อยู่ในกระบวนการบริหารและการจัดกระบวนการเรียนรู้ 
3.เพื่อเปิดโอกาสให้สถาบันครุศึกษาได้มีบทบาทวิจัย และพัฒนาระบวนการเรียนรู้ร่วมกับโรงเรียนในพื้นที่รับผิดชอบ
4.เพื่อให้โรงเรียนสามารถขยายเครือข่ายการปฏิรูปการเรียนรู้และการประกันคุณภาพภายใน เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้กับโรงเรียนอื่นๆ

เป้าหมาย

ปี 2543 - 2544 มีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการจากทุกสังกัด จำนวน 253 แห่งที่บุคลากร ของโรงเรียนจะดำเนินการพัฒนาตนเอง จัดกระบวนการเรียนรู้ และประกันคุณภาพการเรียนรู้ โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ดังนี้

จัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาตนเอง ได้ตามธรรมชาติ และ เต็ม ตามศักยภาพ  ซึ่งเน้นความสำคัญ ทั้งกระบวนการเรียนรู้  และ เนื้อหาสาระที่สอดคล้องกับวิถี ชีวิตความถนัดความสนใจและความแตกต่างของผู้เรียนโดยจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จาก ประสบการณ์จริงทุกสถานที่ ทุกเวลา รวมทั้งใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาผู้เรียนและมีการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลายเพื่อพัฒนา ผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ คือเป็นคนดี มีความสามารถ และมีความสุขโดยเปิดโอกาส ให้พ่อแม่ผู้ปกครองชุมชนและองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วม

พัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในให้เป็นระบบที่ผสมผสานอยู่ในกระบวนการ บริหารและกระบวนการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนโดยผู้บริหารและบุคลากรมีความตระหนัก และมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายในและกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน มีการทำงานอย่างต่อเนื่องเป็นหมู่คณะและร่วมกันทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งภายใน และ ภายนอก สถานศึกษา เพื่อร่วมกัน วางแผน ร่วมกันปฏิบัติ ร่วมกันตรวจสอบ และร่วมกันปรับปรุงเพื่อ พัฒนาคุณภาพผู้เรียน

นิยามศัพท์

โรงเรียนปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน หมายถึง โรงเรียนที่มีการจัดการ เรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนสำคัญที่สุด และดำเนินการประกันคุณภาพภายใน ตามแนวพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ทั้งโรงเรียน 

โรงเรียนที่มีการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนสำคัญที่สุด  หมายถึง โรงเรียนที่จัด การเรียนการสอน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล  และการปลูกฝังให้ผู้เรียนรู้จัก แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน มีนิสัยรักการเรียนรู้ตลอดชีวิต  และเป็นโรงเรียนที่มี การรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อการประกันคุณภาพภายในโรงเรียน และถือว่าการประกัน คุณภาพภายในเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารโรงเรียน ตลอดจนเปิดโอกาสให้พ่อแม่ผู้ปกครอง ครอบครัว ชุมชน  เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง

การประกันคุณภาพภายในโรงเรียน หมายถึง การบริหารจัดการและการดำเนินงานตาม ภารกิจของโรงเรียนเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้รับบริการว่า การดำเนินงานของโรงเรียน จะมีประสิทธิภาพและทำให้ผู้เรียนมีคุณภาพหรือคุณลักษณะที่พึง ประสงค์ตามมาตรฐานการศึกษาที่กำหนด

โรงเรียนผู้นำปฏิรูปการเรียนรู้ หมายถึง  โรงเรียนปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพ ผู้เรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน เป็นโรงเรียนผู้นำปฏิรูปการเรียนรู้ มีความสามารถขยายเครือข่าย การพัฒนาตนเองทั้งโรงเรียนให้กับโรงเรียนอื่นๆ ได้ และ เป็นโรงเรียนต้นแบบการปฏิรูปการ เรียนรู้ทั้งโรงเรียนและมีการประกันคุณภาพภายในเพื่อรองรับการประเมินภายนอกตามแนว พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

ลักษณะการดำเนินงาน

เป็นการวิจัยและพัฒนากระบวนการการเรียนรู้และการประกันคุณภาพภายในของ โรงเรียนร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติหน่วยงานต้นสังกัดและสถาบัน สนับสนุนอื่น ๆ ในพื้นที่

แนวทางการดำเนินงาน

ภารกิจของหน่วยงานสนับสนุนการดำเนินงาน

1. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สนับสนุนโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ดังนี้ 
1.1  เอกสารวิชาการเกี่ยวกับการปฏิรูปการเรียนรู้และการประกันคุณภาพภายใน
1.2 งบประมาณบางส่วนในการดำเนินงานปฏิรูปการเรียนรู้ และการประกันคุณภาพภายใน
1.3  สื่อเพื่อการพัฒนาตนเองของโรงเรียน
1.4  ร่วมพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมตนเองของโรงเรียน
1.5  ร่วมจัดประชุมฝึกอบรมแกนนำของโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ
1.6 ติดตามประเมินผลการดำเนินงานของโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ และจัดทำรายงานการดำเนินงาน
1.7 ยกย่อง/ประกาศเกียรติคุณการเป็นโรงเรียนปฏิรูปการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
1.8 ส่งเสริมการขยายเครือข่ายโรงเรียนปฏิรูปการเรียนรู้และประกันคุณภาพภายใน

2. หน่วยงานต้นสังกัดของโรงเรียน สนับสนุนโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ในเรื่องต่าง ๆ  ดังนี้
2.1 ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานของโรงเรียนทั้งทางด้านวิชาการและทรัพยากร
2.2 เอกสารวิชาการและสื่อเกี่ยวกับองค์ความรู้เรื่องการปฏิรูปการเรียนรู้ และการปฏิรูปการศึกษา
2.3 ติดตามประเมินผลการดำเนินงานของโรงเรียนปฏิรูปการเรียนร ู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

3. หน่วยงานสนับสนุนด้านวิชาการในพื้นที่ (นักวิจัยหรือที่ปรึกษา) เช่น ภาควิชา/สาขา วิชาหลักสูตรและการสอน ภาควิชาบริหารการศึกษาศูนย์ศึกษาการพัฒนาครูของคณะ ครุศาสตร์ สถาบันราชภัฏและองค์กรวิชาชีพภาครัฐ และเอกชน ฯลฯ ร่วมสนับสนุน โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน  ในเรื่องต่างๆ ดังนี้
3.1 เอกสารวิชาการเกี่ยวกับองค์ความรู้เรื่องการปฏิรูปการเรียนรู้ และการปฏิรูปการศึกษา
3.2 ร่วมพัฒนาบุคลากรของโรงเรียนตามหลักสูตรการฝึกอบรม (ข้อ 1.4)
3.3 สนับสนุนการพัฒนาสาระของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานตามมาตรา 27 (วรรค2) ซึ่งกำหนดให้จัดทำสาระหลักสูตร ในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชน และสังคมภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัวชุมชนสังคม และประเทศชาติ และในมาตรา 28 (วรรค2) ที่มุ่งพัฒนาคนให้มีความสมดุลทั้งด้านความรู้ ความคิด ความสามารถ ความดีงาม และความรับผิดชอบต่อสังคม
3.4 ร่วมจัดประชุมฝึกอบรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับโรงเรียน และสรุปผลการ ดำเนินงาน
3.5 ติดตามนิเทศและรวบรวมข้อมูลการดำเนินงานของโรงเรียน 
3.6 ประเมินผลและเขียนรายงานการดำเนินงานของโรงเรียนในพื้นที่รับผิดชอบ

ภารกิจของโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการเพื่อพัฒนาเป็นโรงเรียนปฏิรูปการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

ระยะที่ 1  การพัฒนาตนเองของบุคลากรเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
1.1 สร้างความตระหนักและความเข้าใจให้ตรงกันถึงความต้องการของโรงเรียนใน การอาสาสมัครเป็นโรงเรียนปฏิรูปการเรียนรู้  ความจำเป็นที่จะต้องปฏิรูปการเรียนรู้ และภารกิจที่โรงเรียนจะต้องดำเนินการต่อไปให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย คือ ผู้บริหาร ครู ผู้เรียนเจ้าหน้าที่ กรรมการโรงเรียน พ่อแม่ผู้ปกครอง  และบุคคลที่เกี่ยวข้องอื่นๆ
1.2 ผู้เรียน ครู ผู้บริหารโรงเรียน กรรมการโรงเรียน รวมทั้งผู้ปกครอง ร่วมกันสำรวจ ตนเองเพื่อศึกษาสถานภาพปัจจุบันของโรงเรียน  (Pre-test)  ซึ่งจะทำให้ทราบว่าควร พัฒนาตนเองในเรื่องใดบ้าง โดยโรงเรียนอาจพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการสำรวจเอง หรือใช้ของหน่วยงานอื่น ๆ เช่น เครื่องมือประเมินผลการจัดการเรียนรู้ : การประเมิน ตนเองของครูและโรงเรียน ที่สร้างโดยคณะทำงานของสำนักงานคณะกรรมการการ ศึกษาแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร และสำนัก บริหารการศึกษาท้องถิ่น 
1.3 แกนนำของโรงเรียน 1-2 คน เข้ารับการฝึกอบรม เพื่อให้มีความตระหนักและ ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และการประกัน คุณภาพภายในของสถานศึกษา เพื่อเป็นแกนนำในการพัฒนาตนเองของโรงเรียน ต่อไป
1.4 ผู้บริหาร ครู นักเรียน กรรมการโรงเรียนร่วมกับครอบครัวชุมชนและองค์กรที่ เกี่ยวข้องต่าง ๆ ดำเนินการพัฒนาตนเองในเรื่องความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการ เรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียน โดยใช้ ข้อมูลจากการสำรวจสถานภาพปัจจุบัน(Pre-test)เป็นข้อมูลพื้นฐานในการกำหนด ขอบเขตและหัวเรื่องสำหรับพัฒนาความรู้ ความเข้าใจของตนเองตามลำดับความ สำคัญ 
1.5 การพัฒนาความรู้ ความเข้าใจของตนเอง อาจมีการศึกษาองค์ความรู้ และจัด ประชุมฝึกอบรมตนเองภายในโรงเรียนเพื่อสร้างความตระหนักและความรู้ความ เข้าใจเพื่อให้เกิดแนวคิดและแนวทางที่จะปรับปรุงกระบวนการเรียนรู้และการ ประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนโดยมีสถาบันครุศึกษาในพื้นที่เป็นที่ปรึกษา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันกับโรงเรียนการพัฒนาตนเองอาจใช้วิธีการที่หลากหลาย ตามความเหมาะสมของแต่ละโรงเรียน เช่น
- การศึกษาองค์ความรู้ อาจทำความเข้าใจจากเอกสารหรือสื่อ เช่น 
- พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542  โดยเฉพาะหมวด 1  มาตรา 6, 7  และหมวด 4 มาตรา 22, 23, 24, 26, 27  (วรรค 2) และมาตรา 30
- หนังสือ "ปฏิรูปการเรียนรู้ : ผู้เรียนสำคัญที่สุด"  ของคณะอนุกรรรมการปฏิรูป การเรียนรู้ ในคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ และกระทรวงศึกษาธิการ
- มาตรฐานการศึกษาเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอก : ระดับการศึกษาขั้น พื้นฐาน ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
- หนังสือ "แนวทางการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา" ของสำนักงานคณะ กรรมการการศึกษาแห่งชาติ
- สื่อต่างๆ ที่จำเป็น ทั้งของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ และหน่วยงานอื่นๆ
- ครู/ผู้บริหารโรงเรียนจับคู่กันหรือรวมกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ (ประมาณ 3-5 คน) ตาม ความสมัครใจ   ถ้าเป็นครูจะจับคู่ตามระดับชั้น  ตามวิชาที่สอน  หรือตามภารกิจ หลักที่รับผิดชอบก็ได้ แล้วช่วยกันคิดวางแผน ทำตามแผน ตรวจสอบและประเมิน ซึ่งกันและกัน
-  ให้มีครู/ผู้บริหารโรงเรียน ผู้เชี่ยวชาญทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของครู/ผู้บริหารใน การพัฒนาตนเอง ซึ่งมาจากโรงเรียนเดียวกัน หรือโรงเรียนอื่นภายใน/ภายนอกกลุ่ม ก็ได้
- ให้มีที่ปรึกษาภายนอก ซึ่งอาจเป็นนักวิชาการจากสถาบันครุศึกษาและ/หรือจาก โรงเรียนของรัฐและเอกชน หรือองค์กรวิชาชีพภาครัฐและภาคเอกชน  แต่ควรเป็น ผู้ที่รู้จักท้องถิ่นที่ตั้งของโรงเรียน
- ครูและผู้บริหารโรงเรียนเข้าร่วมเรียนรู้ในการประชุมสัมมนาวิชาการ การอบรมเชิง ปฏิบัติการและการศึกษาดูงาน โดยครู/ผู้บริหารโรงเรียนจะเข้าร่วมคนเดียวหรือเป็น กลุ่มก็ได้ แต่เมื่อกลับมาแล้วให้ทำงานร่วมกับเพื่อนครู/ผู้บริหาร เพื่อก่อให้เกิดการ เปลี่ยนแปลง
-  การพัฒนาตนเองที่มีประสิทธิภาพ ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบพบหน้าก็ได้ อาจใช้สื่อ ต่าง ๆ ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ วิดิทัศน์ คอมพิวเตอร์ ฯลฯ  แต่ต้องรู้จักวางแผน เสาะหา สื่อที่มีคุณภาพ และบริหารจัดการเวลาได้ดี
1.6 บุคลากรแต่ละคนดำเนินการพัฒนาตนเอง โดยใช้ข้อมูลจากการสำรวจสถานภาพ ปัจจุบัน (Pre-test) และความรู้ ความเข้าใจที่ได้จากการศึกษา / ฝึกอบรมตนเองข้างต้น มาวางแผน ปฏิบัติตามแผน ตรวจสอบและพัฒนาปรับปรุง (PDCA) เพื่อปรับเปลี่ยน กระบวนการจัดการเรียนรู้ และมีการบันทึกร่องรอยการดำเนินงานของตนเองไว้ด้วย
1.7 ศึกษาความก้าวหน้า (Post-test1) โดยเปรียบเทียบกับผลการสำรวจสถานภาพ ปัจจุบัน (Pre-test) (ข้อ 1.2)
1.8 วิเคราะห์ข้อมูล Pre-test  และ Post-testรวมทั้งข้อมูลที่ได้บันทึกไว้แล้วสรุป บทเรียนเกี่ยวกับกระบวนการและผลการเรียนรู้ของผู้เรียนและจัดทำรายงานเสนอต่อ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติและหน่วยงานต้นสังกัด

ระยะที่ 2 การพัฒนากระบวนการเรียนรู้และระบบการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียน เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
โรงเรียนที่บุคลากรส่วนใหญ่มีความเข้าใจและดำเนินการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ และการประกันคุณภาพตนเองดีแล้ว จะได้รับการคัดเลือกเพื่อส่งเสริมให้เข้าร่วม ดำเนินการในระยะที่ 2 ส่วนโรงเรียนที่ไม่ได้รับการคัดเลือกจะสนับสนุนให้พัฒนา ตนเองให้ดียิ่งขึ้นก่อนที่จะส่งเสริมให้ดำเนินการในระยะที่ 2 ต่อไป
โรงเรียนที่ได้รับการคัดเลือกดำเนินการพัฒนากระบวนการเรียนรู้และระบบการ ประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนเพื่อพัฒนาผู้เรียน โดย
2.1 พัฒนาความรู้ ความเข้าใจ หรือความตระหนักในเรื่องนี้เพิ่มเติมตามความเหมาะสม และความจำเป็นโดยอาจใช้วิทยากรของโรงเรียนเองหรือจัดหาวิทยากรจากภายนอกมา ให้ความรู้ 
2.2 ร่วมกันกำหนดเป้าหมายที่แสดงถึงคุณลักษณะหรือคุณภาพที่ต้องการให้เกิดขึ้นใน โรงเรียนทั้งโรงจัดอันดับความสำคัญของเป้าหมายกำหนดแนวทางการดำเนินงาน กำหนดระยะเวลาดำเนินการ กำหนดผู้รับผิดชอบหรือผู้ดำเนินการ และจัดทำแผนการ เรียนรู้ให้บรรลุตามเป้าหมาย โดยครูต้องวิเคราะห์หลักสูตร คิดกิจกรรม หาวิธีจัดกระบวน การเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (ต่อเนื่องจากระยะที่ 1)  รวมทั้งร่วมกันวางแผนกำหนด กรอบการประเมินผู้เรียนตามสภาพที่เป็นจริงด้วยวิธีการต่างๆ  เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการ พัฒนาเต็มตามศักยภาพ 
2.3 ครูและบุคลากรทุกคนดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้เพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน โดยมีการวางแผนและจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และมีการประเมิน ผู้เรียนว่าเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่อย่างต่อเนื่อง โดยอาจประเมินทุกคาบ ทุกสัปดาห์ ทุกบทเรียน หรือช่วงเวลาอื่นตามความเหมาะสม และมีการบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบ รวมทั้งนำผลการประเมินมาพิจารณา และปรับปรุงกระบวนการจัดการเรียนรู้ใหม่ตลอด เวลา
2.4 ในระหว่างที่ดำเนินการตามแผน บุคลากรทุกคนจะต้องตรวจสอบประเมินผลเป็น ระยะๆ ทั้งประเมินผลผู้เรียนและประเมินการทำงานของตนเองเมื่อสิ้นภาคเรียนก็นำมา วิเคราะห์และสังเคราะห์เพื่อประเมินสรุปรวมในระดับชั้น/หมวดวิชาและภาพรวมใน ระดับโรงเรียน เพื่อปรับปรุงการดำเนินงานในระยะต่อไป
2.5 ในระหว่างการดำเนินงาน ผู้บริหารและบุคลากรนำผลการประเมินไปใช้ปรับปรุง การทำงานของตนเอง และเมื่อสิ้นภาคเรียน ต้องวิเคราะห์จุดเด่น จุดที่ต้องปรับปรุง ของโรงเรียนหาสาเหตุของปัญหา และแนวทางแก้ไขเพื่อนำไปพัฒนาปรับปรุงการ จัดการศึกษาและการวางแผนของโรงเรียนต่อไป
2.6 จัดทำรายงานการประเมินตนเองในภาพรวมเมื่อสิ้นภาคเรียน 
2.7 ศึกษาความก้าวหน้าของการดำเนินการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพ ภายในในช่วงที่ผ่านมา(Post-test2)เพื่อเปรียบเทียบกับสถานภาพในช่วงก่อนเริ่ม ดำเนินการระยะที่ 2 (Post-test1)
2.8 สรุปผลและจัดทำรายงานความก้าวหน้าของโครงการ เสนอต่อสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติและหน่วยงานต้นสังกัด
ทั้งนี้ ในระหว่างการดำเนินงานของโรงเรียน หน่วยงานต้นสังกัด และหน่วยงาน สนับสนุนในระดับพื้นที่ จะดำเนินการร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่ง ชาติเพื่อติดตามให้การสนับสนุนและจัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์และ สรุปบทเรียนทั้งระดับภูมิภาคและประเทศ 

ระยะที่ 3  โรงเรียนดำเนินการปฏิรูปการเรียนรู้ เพื่อการประกันคุณภาพภายใน และเตรียมความพร้อม เพื่อการขยายเครือข่ายโรงเรียนปฏิรูป
โรงเรียนในโครงการจะดำเนินการปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งโรงเรียน เพื่อการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ให้มีความชัดเจน โดยโรงเรียนที่มีความพร้อมจะเตรียมการเพื่อการขยายเครือข่าย

การติดตามประเมินผลการดำเนินงาน
1. ระดับโรงเรียน ทำหน้าที่
1) ประเมินผลตนเองทั้งในระดับบุคคลและภาพรวมของโรงเรียน
2) ประเมินผู้ให้คำปรึกษา หรือนักวิจัย
3) ประเมินผู้เรียน
2. ระดับพื้นที่ นักวิจัยหรือผู้ให้คำปรึกษา ทำหน้าที่
1) ติดตาม นิเทศ ให้คำปรึกษา ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับโรงเรีนยในพื้นที่รับผิดชอบ เก็บรวบรวมข้อมูลการดำเนินงานของโรงเรียน และประเมินผลการดำเนินงานโครงการเป็นระยะๆ ตามความจำเป็น แต่ไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ในระยะที่ 1 และไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง ในระยะที่ 2
2) ร่วมจัดประชุมสรุปผลการดำเนินงานระยะที่ 1 และระยะที่ 2 และจัดทำรายงานการติดตามและการประเมินผลโครงการในพื้นที่ที่รับผิดชอบ
3. สกศ. ติดตามประเมินผลโครงการในภาพรวม โดยดำเนินการสรุปสังเคราะห์ จากข้อมูลการติดตาม และประเมินผลในระดับพื้นที่ และสุ่มโรงเรียน เพื่อเก็บรวบรวมเป็นข้อมูลประกอบการรายงานผลโครงการ เมื่อสิ้นสุดระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ร่วมกับหน่วยงานต้นสังกัด