วัตถุประสงค์
1.เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการดำเนินการปฏิรูปกระบวน
การเรียนรู้ โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
2. เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้โรงเรียนดำเนินการประกันคุณภาพภายในให้ผสมผสาน
อยู่ในกระบวนการบริหารและการจัดกระบวนการเรียนรู้
3.เพื่อเปิดโอกาสให้สถาบันครุศึกษาได้มีบทบาทวิจัย
และพัฒนาระบวนการเรียนรู้ร่วมกับโรงเรียนในพื้นที่รับผิดชอบ
4.เพื่อให้โรงเรียนสามารถขยายเครือข่ายการปฏิรูปการเรียนรู้และการประกันคุณภาพภายใน
เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้กับโรงเรียนอื่นๆ
เป้าหมาย
ปี 2543 - 2544 มีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการจากทุกสังกัด
จำนวน 253 แห่งที่บุคลากร ของโรงเรียนจะดำเนินการพัฒนาตนเอง
จัดกระบวนการเรียนรู้ และประกันคุณภาพการเรียนรู้
โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ดังนี้
จัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาตนเอง
ได้ตามธรรมชาติ และ เต็ม ตามศักยภาพ
ซึ่งเน้นความสำคัญ ทั้งกระบวนการเรียนรู้
และ เนื้อหาสาระที่สอดคล้องกับวิถี
ชีวิตความถนัดความสนใจและความแตกต่างของผู้เรียนโดยจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จาก
ประสบการณ์จริงทุกสถานที่ ทุกเวลา รวมทั้งใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้
เพื่อพัฒนาผู้เรียนและมีการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลายเพื่อพัฒนา
ผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์
คือเป็นคนดี มีความสามารถ และมีความสุขโดยเปิดโอกาส
ให้พ่อแม่ผู้ปกครองชุมชนและองค์กรต่าง
ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วม
พัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในให้เป็นระบบที่ผสมผสานอยู่ในกระบวนการ
บริหารและกระบวนการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนโดยผู้บริหารและบุคลากรมีความตระหนัก
และมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายในและกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน
มีการทำงานอย่างต่อเนื่องเป็นหมู่คณะและร่วมกันทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
ทั้งภายใน และ ภายนอก สถานศึกษา เพื่อร่วมกัน
วางแผน ร่วมกันปฏิบัติ ร่วมกันตรวจสอบ
และร่วมกันปรับปรุงเพื่อ พัฒนาคุณภาพผู้เรียน
นิยามศัพท์
โรงเรียนปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
หมายถึง โรงเรียนที่มีการจัดการ
เรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนสำคัญที่สุด
และดำเนินการประกันคุณภาพภายใน ตามแนวพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ. 2542 ทั้งโรงเรียน
โรงเรียนที่มีการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนสำคัญที่สุด
หมายถึง โรงเรียนที่จัด การเรียนการสอน
โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
และการปลูกฝังให้ผู้เรียนรู้จัก แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง
ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน มีนิสัยรักการเรียนรู้ตลอดชีวิต
และเป็นโรงเรียนที่มี การรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ
เพื่อการประกันคุณภาพภายในโรงเรียน
และถือว่าการประกัน คุณภาพภายในเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารโรงเรียน
ตลอดจนเปิดโอกาสให้พ่อแม่ผู้ปกครอง
ครอบครัว ชุมชน เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง
การประกันคุณภาพภายในโรงเรียน
หมายถึง การบริหารจัดการและการดำเนินงานตาม
ภารกิจของโรงเรียนเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้รับบริการว่า
การดำเนินงานของโรงเรียน จะมีประสิทธิภาพและทำให้ผู้เรียนมีคุณภาพหรือคุณลักษณะที่พึง
ประสงค์ตามมาตรฐานการศึกษาที่กำหนด
โรงเรียนผู้นำปฏิรูปการเรียนรู้
หมายถึง โรงเรียนปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพ
ผู้เรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน เป็นโรงเรียนผู้นำปฏิรูปการเรียนรู้
มีความสามารถขยายเครือข่าย การพัฒนาตนเองทั้งโรงเรียนให้กับโรงเรียนอื่นๆ
ได้ และ เป็นโรงเรียนต้นแบบการปฏิรูปการ
เรียนรู้ทั้งโรงเรียนและมีการประกันคุณภาพภายในเพื่อรองรับการประเมินภายนอกตามแนว
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.
2542
ลักษณะการดำเนินงาน
เป็นการวิจัยและพัฒนากระบวนการการเรียนรู้และการประกันคุณภาพภายในของ
โรงเรียนร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติหน่วยงานต้นสังกัดและสถาบัน
สนับสนุนอื่น ๆ ในพื้นที่
แนวทางการดำเนินงาน
ภารกิจของหน่วยงานสนับสนุนการดำเนินงาน
1. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
สนับสนุนโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ
ดังนี้
1.1 เอกสารวิชาการเกี่ยวกับการปฏิรูปการเรียนรู้และการประกันคุณภาพภายใน
1.2 งบประมาณบางส่วนในการดำเนินงานปฏิรูปการเรียนรู้
และการประกันคุณภาพภายใน
1.3 สื่อเพื่อการพัฒนาตนเองของโรงเรียน
1.4 ร่วมพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมตนเองของโรงเรียน
1.5 ร่วมจัดประชุมฝึกอบรมแกนนำของโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ
1.6 ติดตามประเมินผลการดำเนินงานของโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ
และจัดทำรายงานการดำเนินงาน
1.7 ยกย่อง/ประกาศเกียรติคุณการเป็นโรงเรียนปฏิรูปการเรียนรู้
เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
1.8 ส่งเสริมการขยายเครือข่ายโรงเรียนปฏิรูปการเรียนรู้และประกันคุณภาพภายใน
2. หน่วยงานต้นสังกัดของโรงเรียน
สนับสนุนโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ
ในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
2.1 ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานของโรงเรียนทั้งทางด้านวิชาการและทรัพยากร
2.2 เอกสารวิชาการและสื่อเกี่ยวกับองค์ความรู้เรื่องการปฏิรูปการเรียนรู้
และการปฏิรูปการศึกษา
2.3 ติดตามประเมินผลการดำเนินงานของโรงเรียนปฏิรูปการเรียนร
ู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
3. หน่วยงานสนับสนุนด้านวิชาการในพื้นที่
(นักวิจัยหรือที่ปรึกษา) เช่น ภาควิชา/สาขา
วิชาหลักสูตรและการสอน ภาควิชาบริหารการศึกษาศูนย์ศึกษาการพัฒนาครูของคณะ
ครุศาสตร์ สถาบันราชภัฏและองค์กรวิชาชีพภาครัฐ
และเอกชน ฯลฯ ร่วมสนับสนุน โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
ในเรื่องต่างๆ ดังนี้
3.1 เอกสารวิชาการเกี่ยวกับองค์ความรู้เรื่องการปฏิรูปการเรียนรู้
และการปฏิรูปการศึกษา
3.2 ร่วมพัฒนาบุคลากรของโรงเรียนตามหลักสูตรการฝึกอบรม
(ข้อ 1.4)
3.3 สนับสนุนการพัฒนาสาระของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานตามมาตรา
27 (วรรค2) ซึ่งกำหนดให้จัดทำสาระหลักสูตร
ในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชน
และสังคมภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์
เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัวชุมชนสังคม
และประเทศชาติ และในมาตรา 28 (วรรค2)
ที่มุ่งพัฒนาคนให้มีความสมดุลทั้งด้านความรู้
ความคิด ความสามารถ ความดีงาม และความรับผิดชอบต่อสังคม
3.4 ร่วมจัดประชุมฝึกอบรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับโรงเรียน
และสรุปผลการ ดำเนินงาน
3.5 ติดตามนิเทศและรวบรวมข้อมูลการดำเนินงานของโรงเรียน
3.6 ประเมินผลและเขียนรายงานการดำเนินงานของโรงเรียนในพื้นที่รับผิดชอบ
ภารกิจของโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการเพื่อพัฒนาเป็นโรงเรียนปฏิรูปการเรียนรู้
เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
ระยะที่ 1 การพัฒนาตนเองของบุคลากรเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
1.1 สร้างความตระหนักและความเข้าใจให้ตรงกันถึงความต้องการของโรงเรียนใน
การอาสาสมัครเป็นโรงเรียนปฏิรูปการเรียนรู้
ความจำเป็นที่จะต้องปฏิรูปการเรียนรู้
และภารกิจที่โรงเรียนจะต้องดำเนินการต่อไปให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
คือ ผู้บริหาร ครู ผู้เรียนเจ้าหน้าที่
กรรมการโรงเรียน พ่อแม่ผู้ปกครอง
และบุคคลที่เกี่ยวข้องอื่นๆ
1.2 ผู้เรียน ครู ผู้บริหารโรงเรียน
กรรมการโรงเรียน รวมทั้งผู้ปกครอง ร่วมกันสำรวจ
ตนเองเพื่อศึกษาสถานภาพปัจจุบันของโรงเรียน
(Pre-test) ซึ่งจะทำให้ทราบว่าควร
พัฒนาตนเองในเรื่องใดบ้าง โดยโรงเรียนอาจพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการสำรวจเอง
หรือใช้ของหน่วยงานอื่น ๆ เช่น เครื่องมือประเมินผลการจัดการเรียนรู้
: การประเมิน ตนเองของครูและโรงเรียน
ที่สร้างโดยคณะทำงานของสำนักงานคณะกรรมการการ
ศึกษาแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร
และสำนัก บริหารการศึกษาท้องถิ่น
1.3 แกนนำของโรงเรียน 1-2 คน เข้ารับการฝึกอบรม
เพื่อให้มีความตระหนักและ ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
และการประกัน คุณภาพภายในของสถานศึกษา
เพื่อเป็นแกนนำในการพัฒนาตนเองของโรงเรียน
ต่อไป
1.4 ผู้บริหาร ครู นักเรียน กรรมการโรงเรียนร่วมกับครอบครัวชุมชนและองค์กรที่
เกี่ยวข้องต่าง ๆ ดำเนินการพัฒนาตนเองในเรื่องความรู้
ความเข้าใจเกี่ยวกับการ เรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
และการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียน
โดยใช้ ข้อมูลจากการสำรวจสถานภาพปัจจุบัน(Pre-test)เป็นข้อมูลพื้นฐานในการกำหนด
ขอบเขตและหัวเรื่องสำหรับพัฒนาความรู้
ความเข้าใจของตนเองตามลำดับความ สำคัญ
1.5 การพัฒนาความรู้ ความเข้าใจของตนเอง
อาจมีการศึกษาองค์ความรู้ และจัด ประชุมฝึกอบรมตนเองภายในโรงเรียนเพื่อสร้างความตระหนักและความรู้ความ
เข้าใจเพื่อให้เกิดแนวคิดและแนวทางที่จะปรับปรุงกระบวนการเรียนรู้และการ
ประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนโดยมีสถาบันครุศึกษาในพื้นที่เป็นที่ปรึกษา
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันกับโรงเรียนการพัฒนาตนเองอาจใช้วิธีการที่หลากหลาย
ตามความเหมาะสมของแต่ละโรงเรียน เช่น
- การศึกษาองค์ความรู้ อาจทำความเข้าใจจากเอกสารหรือสื่อ
เช่น
- พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ. 2542 โดยเฉพาะหมวด 1
มาตรา 6, 7 และหมวด 4 มาตรา 22,
23, 24, 26, 27 (วรรค 2) และมาตรา
30
- หนังสือ "ปฏิรูปการเรียนรู้ : ผู้เรียนสำคัญที่สุด"
ของคณะอนุกรรรมการปฏิรูป การเรียนรู้
ในคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ และกระทรวงศึกษาธิการ
- มาตรฐานการศึกษาเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอก
: ระดับการศึกษาขั้น พื้นฐาน ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
- หนังสือ "แนวทางการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา"
ของสำนักงานคณะ กรรมการการศึกษาแห่งชาติ
- สื่อต่างๆ ที่จำเป็น ทั้งของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
และหน่วยงานอื่นๆ
- ครู/ผู้บริหารโรงเรียนจับคู่กันหรือรวมกันเป็นกลุ่มเล็ก
ๆ (ประมาณ 3-5 คน) ตาม ความสมัครใจ
ถ้าเป็นครูจะจับคู่ตามระดับชั้น
ตามวิชาที่สอน หรือตามภารกิจ
หลักที่รับผิดชอบก็ได้ แล้วช่วยกันคิดวางแผน
ทำตามแผน ตรวจสอบและประเมิน ซึ่งกันและกัน
- ให้มีครู/ผู้บริหารโรงเรียน
ผู้เชี่ยวชาญทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของครู/ผู้บริหารใน
การพัฒนาตนเอง ซึ่งมาจากโรงเรียนเดียวกัน
หรือโรงเรียนอื่นภายใน/ภายนอกกลุ่ม
ก็ได้
- ให้มีที่ปรึกษาภายนอก ซึ่งอาจเป็นนักวิชาการจากสถาบันครุศึกษาและ/หรือจาก
โรงเรียนของรัฐและเอกชน หรือองค์กรวิชาชีพภาครัฐและภาคเอกชน
แต่ควรเป็น ผู้ที่รู้จักท้องถิ่นที่ตั้งของโรงเรียน
- ครูและผู้บริหารโรงเรียนเข้าร่วมเรียนรู้ในการประชุมสัมมนาวิชาการ
การอบรมเชิง ปฏิบัติการและการศึกษาดูงาน
โดยครู/ผู้บริหารโรงเรียนจะเข้าร่วมคนเดียวหรือเป็น
กลุ่มก็ได้ แต่เมื่อกลับมาแล้วให้ทำงานร่วมกับเพื่อนครู/ผู้บริหาร
เพื่อก่อให้เกิดการ เปลี่ยนแปลง
- การพัฒนาตนเองที่มีประสิทธิภาพ
ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบพบหน้าก็ได้ อาจใช้สื่อ
ต่าง ๆ ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ วิดิทัศน์
คอมพิวเตอร์ ฯลฯ แต่ต้องรู้จักวางแผน
เสาะหา สื่อที่มีคุณภาพ และบริหารจัดการเวลาได้ดี
1.6 บุคลากรแต่ละคนดำเนินการพัฒนาตนเอง
โดยใช้ข้อมูลจากการสำรวจสถานภาพ ปัจจุบัน
(Pre-test) และความรู้ ความเข้าใจที่ได้จากการศึกษา
/ ฝึกอบรมตนเองข้างต้น มาวางแผน ปฏิบัติตามแผน
ตรวจสอบและพัฒนาปรับปรุง (PDCA) เพื่อปรับเปลี่ยน
กระบวนการจัดการเรียนรู้ และมีการบันทึกร่องรอยการดำเนินงานของตนเองไว้ด้วย
1.7 ศึกษาความก้าวหน้า (Post-test1)
โดยเปรียบเทียบกับผลการสำรวจสถานภาพ
ปัจจุบัน (Pre-test) (ข้อ 1.2)
1.8 วิเคราะห์ข้อมูล Pre-test
และ Post-testรวมทั้งข้อมูลที่ได้บันทึกไว้แล้วสรุป
บทเรียนเกี่ยวกับกระบวนการและผลการเรียนรู้ของผู้เรียนและจัดทำรายงานเสนอต่อ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติและหน่วยงานต้นสังกัด
ระยะที่ 2 การพัฒนากระบวนการเรียนรู้และระบบการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียน
เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
โรงเรียนที่บุคลากรส่วนใหญ่มีความเข้าใจและดำเนินการพัฒนากระบวนการเรียนรู้
และการประกันคุณภาพตนเองดีแล้ว จะได้รับการคัดเลือกเพื่อส่งเสริมให้เข้าร่วม
ดำเนินการในระยะที่ 2 ส่วนโรงเรียนที่ไม่ได้รับการคัดเลือกจะสนับสนุนให้พัฒนา
ตนเองให้ดียิ่งขึ้นก่อนที่จะส่งเสริมให้ดำเนินการในระยะที่
2 ต่อไป
โรงเรียนที่ได้รับการคัดเลือกดำเนินการพัฒนากระบวนการเรียนรู้และระบบการ
ประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนเพื่อพัฒนาผู้เรียน
โดย
2.1 พัฒนาความรู้ ความเข้าใจ หรือความตระหนักในเรื่องนี้เพิ่มเติมตามความเหมาะสม
และความจำเป็นโดยอาจใช้วิทยากรของโรงเรียนเองหรือจัดหาวิทยากรจากภายนอกมา
ให้ความรู้
2.2 ร่วมกันกำหนดเป้าหมายที่แสดงถึงคุณลักษณะหรือคุณภาพที่ต้องการให้เกิดขึ้นใน
โรงเรียนทั้งโรงจัดอันดับความสำคัญของเป้าหมายกำหนดแนวทางการดำเนินงาน
กำหนดระยะเวลาดำเนินการ กำหนดผู้รับผิดชอบหรือผู้ดำเนินการ
และจัดทำแผนการ เรียนรู้ให้บรรลุตามเป้าหมาย
โดยครูต้องวิเคราะห์หลักสูตร คิดกิจกรรม
หาวิธีจัดกระบวน การเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
(ต่อเนื่องจากระยะที่ 1) รวมทั้งร่วมกันวางแผนกำหนด
กรอบการประเมินผู้เรียนตามสภาพที่เป็นจริงด้วยวิธีการต่างๆ
เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการ พัฒนาเต็มตามศักยภาพ
2.3 ครูและบุคลากรทุกคนดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้เพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน
โดยมีการวางแผนและจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
และมีการประเมิน ผู้เรียนว่าเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่อย่างต่อเนื่อง
โดยอาจประเมินทุกคาบ ทุกสัปดาห์ ทุกบทเรียน
หรือช่วงเวลาอื่นตามความเหมาะสม และมีการบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบ
รวมทั้งนำผลการประเมินมาพิจารณา และปรับปรุงกระบวนการจัดการเรียนรู้ใหม่ตลอด
เวลา
2.4 ในระหว่างที่ดำเนินการตามแผน
บุคลากรทุกคนจะต้องตรวจสอบประเมินผลเป็น
ระยะๆ ทั้งประเมินผลผู้เรียนและประเมินการทำงานของตนเองเมื่อสิ้นภาคเรียนก็นำมา
วิเคราะห์และสังเคราะห์เพื่อประเมินสรุปรวมในระดับชั้น/หมวดวิชาและภาพรวมใน
ระดับโรงเรียน เพื่อปรับปรุงการดำเนินงานในระยะต่อไป
2.5 ในระหว่างการดำเนินงาน ผู้บริหารและบุคลากรนำผลการประเมินไปใช้ปรับปรุง
การทำงานของตนเอง และเมื่อสิ้นภาคเรียน
ต้องวิเคราะห์จุดเด่น จุดที่ต้องปรับปรุง
ของโรงเรียนหาสาเหตุของปัญหา และแนวทางแก้ไขเพื่อนำไปพัฒนาปรับปรุงการ
จัดการศึกษาและการวางแผนของโรงเรียนต่อไป
2.6 จัดทำรายงานการประเมินตนเองในภาพรวมเมื่อสิ้นภาคเรียน
2.7 ศึกษาความก้าวหน้าของการดำเนินการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพ
ภายในในช่วงที่ผ่านมา(Post-test2)เพื่อเปรียบเทียบกับสถานภาพในช่วงก่อนเริ่ม
ดำเนินการระยะที่ 2 (Post-test1)
2.8 สรุปผลและจัดทำรายงานความก้าวหน้าของโครงการ
เสนอต่อสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติและหน่วยงานต้นสังกัด
ทั้งนี้ ในระหว่างการดำเนินงานของโรงเรียน
หน่วยงานต้นสังกัด และหน่วยงาน สนับสนุนในระดับพื้นที่
จะดำเนินการร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่ง
ชาติเพื่อติดตามให้การสนับสนุนและจัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์และ
สรุปบทเรียนทั้งระดับภูมิภาคและประเทศ
ระยะที่ 3 โรงเรียนดำเนินการปฏิรูปการเรียนรู้
เพื่อการประกันคุณภาพภายใน และเตรียมความพร้อม
เพื่อการขยายเครือข่ายโรงเรียนปฏิรูป
โรงเรียนในโครงการจะดำเนินการปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งโรงเรียน
เพื่อการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา
ให้มีความชัดเจน โดยโรงเรียนที่มีความพร้อมจะเตรียมการเพื่อการขยายเครือข่าย
การติดตามประเมินผลการดำเนินงาน
1. ระดับโรงเรียน ทำหน้าที่
1) ประเมินผลตนเองทั้งในระดับบุคคลและภาพรวมของโรงเรียน
2) ประเมินผู้ให้คำปรึกษา หรือนักวิจัย
3) ประเมินผู้เรียน
2. ระดับพื้นที่ นักวิจัยหรือผู้ให้คำปรึกษา
ทำหน้าที่
1) ติดตาม นิเทศ ให้คำปรึกษา ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับโรงเรีนยในพื้นที่รับผิดชอบ
เก็บรวบรวมข้อมูลการดำเนินงานของโรงเรียน
และประเมินผลการดำเนินงานโครงการเป็นระยะๆ
ตามความจำเป็น แต่ไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง
ในระยะที่ 1 และไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง
ในระยะที่ 2
2) ร่วมจัดประชุมสรุปผลการดำเนินงานระยะที่
1 และระยะที่ 2 และจัดทำรายงานการติดตามและการประเมินผลโครงการในพื้นที่ที่รับผิดชอบ
3. สกศ. ติดตามประเมินผลโครงการในภาพรวม
โดยดำเนินการสรุปสังเคราะห์ จากข้อมูลการติดตาม
และประเมินผลในระดับพื้นที่ และสุ่มโรงเรียน
เพื่อเก็บรวบรวมเป็นข้อมูลประกอบการรายงานผลโครงการ
เมื่อสิ้นสุดระยะที่ 1 และระยะที่ 2
ร่วมกับหน่วยงานต้นสังกัด
|