ผู้บริหาร
ผู้เรียน
สื่อ
แผนปฏิบัติการปฏิรูปการศึกษา

ตัวอย่างการจัดกระบวนการเรียนรู้

1.  การสำรวจความต้องการ

2.  การเตรียมการ

3.  การดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้

4.  การประเมินผล

5.  การสรุปและนำไปประยุกต์ใช้

๑. การสำรวจความต้องการ ขั้นแรกควรศึกษาธรรมชาติและกำหนดความต้องการของผู้เรียนโดยการซักถาม สังเกต สัมภาษณ์ พูดคุย หรือทำแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อสร้าง/กระตุ้นความสนใจ สำรวจความสนใจและพื้นฐานความรู้เดิมของผู้เรียนรายบุคคล รวมทั้งศึกษาพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ในมาตรา ๒๒ เป็นแนวสำหรับการดำเนินการ
ตัวอย่าง
ที่โรงเรียนวัดหนองหมู อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ครูมนัส บูรพา ได้สำรวจความต้องการ/ความสนใจของผู้เรียนว่าสนใจเรียนเรื่องใด โดยผู้เรียนจะเลือกเรียนอะไรก็จะลงมติกับเพื่อน ๆ ครูจะไม่บังคับ เช่น ช่วงหน้าฝนจะมีโรคไข้หวัด โรคน้ำกัดเท้า ตาแดง โรคไข้เลือดออก ครูให้เลือกว่าอยากจะเรียนเรื่องอะไร ผู้เรียนไปร่วมกันพิจารณาเลือกเรื่องที่สนใจแล้วจะลงมติกัน เช่น เรื่องโรคไข้เลือดออก ที่ผู้เรียนอยากเรียนก็เพราะว่าจะได้แก้ปัญหาของชุมชนเพื่อไม่ให้หมู่บ้านของเขาเป็นไข้เลือดออก

๒. การเตรียมการ ครูต้องเตรียมศึกษาสาระเนื้อหาวิชาในหลักสูตรและ จุดประสงค์ของการเรียนรู้ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าหลักสูตรต้องการอะไร แค่ไหน มีจุดประสงค์ของการเรียนรู้อย่างไร และทำไมจึงต้องการอย่างนั้น เพื่อการวางแผนจัดกระบวนการเรียนรู้ให้มีความต่อเนื่อง เชื่อมโยงกัน และหากเป็นไปได้ควรเชื่อมโยงและบูรณาการสาระการเรียนรู้แต่ละวิชาที่สัมพันธ์กันเข้าด้วยกัน เพื่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริง และให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงให้มากที่สุด ทั้งนี้ครูต้องเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมกำหนดกิจกรรมการเรียนรู้ตามความสนใจและความถนัดอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองตามความถนัดและความสนใจรายบุคคล เนื่องจากครูไม่ใช่ผู้บอกผู้สอนอย่างเดียว ครูจึงต้องเตรียมแหล่งข้อมูลทั้งที่เป็นสื่อการเรียน ใบความรู้ ใบงาน และวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ หรือศูนย์การเรียนรู้ด้วยตนเอง ที่มีข้อมูลความรู้ ที่ผู้เรียนสามารถเลือกศึกษา ค้นคว้าตามความต้องการ การสำรวจแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวนสัตว์ สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์กีฬาและนันทนาการ เป็นต้น
ตัวอย่าง
ครูวิมลศรี สุวรรณรัตน์ โรงเรียนบ้านเกาะหมี อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้ศึกษารวมหลักสูตร และจุดประสงค์ของการเรียนรู้แล้ว ได้วางแผนการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยให้ผู้เรียนทำโครงงานซึ่งเป็นงานวิจัยเล็ก ๆ ของผู้เรียนที่ศึกษาทดลองในเรื่องที่สนใจ ครูและผู้เรียนร่วมกันเลือกศึกษาเรื่องที่ใกล้ตัว เช่น ศึกษาช่วงเวลาที่เหมาะสมในการกรีดยางพารา เพื่อให้ได้ ปริมาณน้ำยางสูงสุด การใช้สารสกัดจากบอระเพ็ดและฟ้าทลายโจรในการป้องกันมิให้ปลาเค็มเป็นหนอน การทำยากันยุงจากดอกปาล์ม เป็นต้น ครูคอยให้ คำปรึกษา และให้คำแนะนำในเรื่องการวางแผน การค้นหาความรู้ และร่วมศึกษาและ แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นไปพร้อม ๆ กับผู้เรียน

๓. การดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ เช่น

- ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน
- ขั้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
- ขั้นวิเคราะห์อภิปรายผลงาน องค์ความรู้ ที่สรุปได้จากกิจกรรมการเรียนรู้ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
๓.๑ นำเข้าสู่บทเรียน ขั้นนี้ครูควรใช้ประเด็นคำถามสถานการณ์หรือกิจกรรมที่กระตุ้นหรือท้าทายให้ผู้เรียนเกิดความสงสัยใคร่รู้ ครูควรเป็นกัลยาณมิตรของผู้เรียน และทำให้ผู้เรียนรู้สึกว่า ครู คือ เพื่อนที่ช่วยเหลือเขาได้ในทุกเรื่อง ครูต้องรู้จักผู้เรียนรายบุคคลเป็นอย่างดี เพื่อใช้ความถนัด ความสนใจ ลีลาการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นจุดกระตุ้นศักยภาพของแต่ละบุคคลและดึงดูดให้ผู้เรียนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้นและเต็มใจ
ตัวอย่าง
ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ผู้สอนสามารถทำได้หลากหลายวิธี แต่มีลักษณะเดียวกัน คือ ต้องการให้ผู้เรียนรู้สึกผ่อนคลาย ไม่เครียดเสียตั้งแต่ต้น หากรู้สึกสนุกและถ้าเป็นสิ่งที่ผู้เรียนสนใจด้วยก็ยิ่งดี ครูชาตรี สำราญ โรงเรียนคุรุชนพัฒนา จังหวัดยะลา ได้กล่าวในเรื่องนี้ว่า …ต้องให้ผู้เรียนกำหนดบทเรียนด้วยตนเอง (ตามแผนที่ผู้สอนวางไว้) เพื่อสอนในสิ่งที่ ผู้เรียนอยากเรียนมากกว่าสอนในสิ่งที่ครูอยากสอน… และได้ให้ตัวอย่างการกำหนด บทเรียนง่าย ๆ ดังนี้
---พอฉันเข้าไปในห้อง ป.๑ ฉันก็พูดว่า "สวัสดีครับนักเรียน วันนี้เราไปเที่ยวกัน ดีไหม" แน่นอนเด็ก ๆ จะบอกว่าดี พร้อมกับเสนอแหล่งท่องเที่ยวให้ฉัน ฉันจะค่อย ๆ โน้มน้าวให้เด็ก ๆ บอกว่า ไปดูดอกไม้ ต้นไม้หน้าโรงเรียน เพราะฉันกะว่าคงได้มีสิ่งดี ๆ มาสอน ใช่เด็ก ๆ จะคล้อยตามครูโดยไม่รู้ตัว---
ครูวิไลวรรณ คำมั่น โรงเรียนบ้านห้วยกอก ๑ จังหวัดมุกดาหาร ใช้เทคนิคการ ร้องรำทำเพลง และเล่นเกมในขั้นนำ ขั้นสอน และขั้นสรุป
๓.๒ ขั้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครูเป็นบุคคลที่สำคัญในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ มุ่งจัดกิจกรรมและสร้างบรรยากาศที่สอดคล้องกับการดำรงชีวิต โดยใช้สื่อที่หลากหลายในลักษณะขององค์รวมที่เหมาะสมกับความสามารถในการเรียนรู้และความสนใจของผู้เรียน คำนึงถึงการใช้สมองทุกส่วน โดยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมเสนอกิจกรรมและลงมือปฏิบัติจริงทุกขั้นตอน สรุปความรู้ด้วยตนเอง รวมทั้งให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ทั้งสมาชิกภายในกลุ่มและสมาชิกระหว่างกลุ่มเพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิธีการแสวงหาความรู้ การเรียนการสอนไม่จำเป็นต้องจำกัดตัวอยู่ในพื้นที่ห้องสี่เหลี่ยมในอาคารเป็นที่เรียนเสมอไป เพราะจะเป็นการทำให้ผู้เรียนรู้สึกเครียดกับบรรยากาศ พยายามเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้สัมผัสกับสิ่งแวดล้อมนอกห้องเรียน ประเภท ทุ่งนา ฟ้ากว้าง กลางป่า ก้อนกรวด ดิน หิน ทราย ดอกไม้ สายลม และวัสดุธรรมชาติให้มาก เด็ก ๆ จะได้เคลื่อนไหวอย่างสนุก-สนาน และเรียนรู้ไปพร้อมกัน
ตัวอย่าง
ครูจรัสศรี คิวสุวรรณ โรงเรียนอนุบาลเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย สอนวิชาภาษาอังกฤษ โดยให้เด็กเรียนรู้ภาษาอังกฤษอย่างเป็นธรรมชาติ จากเรื่องใกล้ ๆ ตัว ที่มีความหมาย เป็นพื้นฐานก่อนแล้วจึงขยายออกไปตามความสนใจ และศักยภาพของเด็ก
โรงเรียนบ้านสันมะเค็ด อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ครูเสาวณีย์ ไชยมงคล จัดเวลาในตอนบ่ายของทุกวันสำหรับนักเรียนชั้น ป.๕ และ ป.๖ ให้เด็กทำกิจกรรมกลุ่ม ค้นหาความจริงจากเรื่องที่อยากรู้ที่ตกลงกันในกลุ่มแล้วนำมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง
๓.๓ ขั้นวิเคราะห์ อภิปรายผลงาน/องค์ความรู้ ที่สรุปได้จากกิจกรรมการเรียนรู้ ครูและผู้เรียนร่วมกันอภิปรายผลที่เกิดจากกิจกรรมการเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์โดยเน้นให้ผู้เรียนเกิดการค้นพบองค์ความรู้ด้วยตัวเอง ครูเป็นผู้สังเกต เพื่อให้ข้อมูลย้อนกลับให้องค์ความรู้ที่ได้รับชัดเจนเป็นการเสริมแรงและกระตุ้นให้ผู้เรียนสนใจการค้นหาความรู้ต่อไป
ตัวอย่าง
ครูเสาวณีย์ กระตุ้นให้นักเรียนมองปัญหาที่นักเรียนพบเห็นอยู่ คือป่ารอบ ๆ  โรงเรียนถูกทำลาย แล้วคิดหาสาเหตุเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ครูกับนักเรียนร่วมกันทำ กิจกรรมกลุ่ม ค้นหาความจริง สาเหตุของป่ารอบๆโรงเรียนถูกทำลาย แล้วศึกษาหาสาเหตุเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ให้นักเรียน ได้เรียนรู้ในสภาพสถานการณ์จริง เก็บข้อมูลโดยการสอบถามจากคนในชุมชน ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาระหว่างนักเรียน ชุมชนและครู จากการวิเคราะห์และสรุปองค์ความรู้ที่ได้จากกิจกรรมการเรียนรู้ดังกล่าว ดังตัวอย่างงานเขียนของ ผู้เรียน เช่น …เวลาที่เราเข้าไปหาหน่อไม้ ก็เป็นการทำลายธรรมชาติ เพราะเวลาที่เราเข้าไปหาหน่อไม้หนึ่งหน่อ แทนที่มันจะขยายเป็นกอแต่เราไปขุดเอามาขาย ก็เหมือนกับว่าเราได้ทำลายต้นไผ่ไปทั้งกอ…

๔. การประเมินผล
การประเมินผลสำเร็จของการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสำคัญที่สุดนั้น เป็นการประเมินซึ่งมุ่งเน้นผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยครูจะต้องศึกษามาตรา ๒๖ ของ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ในสาระและจุดเน้น การประเมินเกี่ยวกับพัฒนาการเรียนของผู้เรียน ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ และการทดสอบเพื่อพัฒนาและค้นหาศักยภาพ จุดเด่น จุดด้อยของผู้เรียน และตรวจสอบว่ากระบวนการเรียนรู้ ได้พัฒนาผู้เรียน ตามจุดประสงค์การเรียนรู้ที่กำหนดไว้หรือไม่ อีกทั้งผลการเรียนของผู้เรียนจะเป็นตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพการสอนของครูด้วย ดังนั้น การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญต้องวัดและประเมินให้ครอบคลุมทุกด้านทั้งในส่วนของกระบวนการและผลงาน ทั้งด้านความรู้ ด้านความรู้สึก และทักษะการแสดงออก ทุกด้าน และประเมินตามสภาพจริง ซึ่งในการประเมินผล สามารถประเมินระหว่างการเรียนการสอน และประเมินสรุปรวม โดยมีขั้นตอนในการประเมิน ดังนี้
๔.๑ กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายในการประเมิน
๔.๒ พิจารณาขอบเขตเกณฑ์ วิธีการและสิ่งที่จะประเมิน ตัวอย่าง เช่น
- ประเมินพัฒนาการด้านศิลปะและดนตรี คณิตศาสตร์ ภาษา วิทยาศาสตร์ พัฒนาการทางร่างกาย พัฒนาการของบุคลิกภาพ เป็นต้น
- ขอบเขตที่จะประเมิน เช่น ด้านความรู้ ทักษะ ความรู้สึก และคุณลักษณะ เป็นต้น
๔.๓ พิจารณากำหนดองค์ประกอบ และผู้ประเมินว่ามีใครบ้างที่จะเป็นผู้ประเมิน เช่น นักเรียนประเมินตนเอง เพื่อนนักเรียน ครูประจำชั้น ผู้ปกครอง ชุมชน หรือผู้เกี่ยวข้อง เป็นต้น
๔.๔ เลือกใช้เทคนิคและเครื่องมือในการประเมินหลากหลายเหมาะสมกับวัตถุ-ประสงค์และเกณฑ์ในการประเมิน เช่น การทดสอบ การสัมภาษณ์ การบันทึกพฤติกรรม แบบสำรวจความคิดเห็น บันทึกจากผู้เกี่ยวข้อง แฟ้มสะสมผลงาน ฯลฯ
๔.๕ กำหนดเวลาและสถานที่ที่จะประเมิน เช่น ประเมินระหว่างนักเรียนทำกิจกรรม ระหว่างการทำงานกลุ่ม/โครงการ วันใดวันหนึ่งของสัปดาห์ เหตุการณ์ / งานพิเศษ ฯลฯ
๔.๖ วิเคราะห์ผลและจัดการข้อมูลการประเมิน
- รายการกระบวนการ
- แฟ้มสะสมผลงาน
- การบันทึกข้อมูล
๔.๗ สรุปผลการประเมินเพื่อพัฒนาและปรับปรุงข้อบกพร่องการเรียนรู้และพัฒนาผู้เรียนรวมทั้งปรับปรุง กิจกรรมการเรียนการสอน ในกรณีที่เป็นการประเมินสรุปรวมเพื่อพิจารณาตัดสินการเลื่อนชั้น โดยเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดให้ นำผลการประเมินระหว่างเรียนมาประกอบการพิจารณาด้วย ตัวอย่าง
ขั้นประเมินผล ผู้สอนสามารถทำได้หลากหลายวิธี แต่มีหลักการว่า หากผู้เรียนมีส่วนร่วมกำหนดตัวบ่งชี้และเกณฑ์การประเมินผลนั้นจะมีความหมายต่อผู้เรียน และการประเมินผลด้วยตนเองก็จะทำได้ง่าย เช่นที่ครูชาตรี สำราญ ได้ตกลงกับนักเรียนว่าจะฝึกการอ่านให้ดี ดังนี้
- อ่านออกเสียงได้คล่องแคล่ว ถูกต้องชัดเจน
- อ่านออกเสียง ร ล ได้ถูกต้องชัดเจน
- อ่านออกเสียงคำที่มี ร ล ว ควบกล้ำได้ถูกต้องชัดเจน
- อ่านออกเสียงเว้นวรรคตอนได้ถูกต้องชัดเจน
นักเรียนมีโอกาสเลือกสื่อการเรียน และสื่อการทดสอบเอง มีครูช่วยแนะนำโดยวางมาตรฐานการอ่าน ครูชาตรีใช้วิธีการเขียนเรื่องตามที่เด็กเล่าและให้เขาอ่านเรื่องที่เล่านั้นให้ฟัง เพื่อประเมินความสามารถในการอ่านตามเกณฑ์ที่ตกลงกันไว้แล้ว ในขณะที่เด็กกลุ่ม อื่น ๆ เลือกสื่อทดสอบเป็นหนังสือแบบเรียนของกรมวิชาการ ตัวอย่างนี้เป็นวิธีการประเมินผลตามสภาพจริง และไม่สร้างความรู้สึกผิดหวังในตัวเอง หรือท้อถอยต่อการเรียนรู้วิชาภาษาไทย
ครูสุภาภรณ์ มั่นเกตุวิทย์ โรงเรียนบ้านทุ่งเสี้ยว (นวรัฐ) จังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าวถึงการประเมินผลไว้ว่า "พอเด็กเริ่มพูดจะผิดหรือถูก ชื่นชมไว้ก่อน เสริมแรงเชิงบวก เช่น เยี่ยมมาก ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปจะพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ ดิฉันไม่เคยชี้ว่าผิด แต่ถามว่าตรงนี้หายไปไหน มีอะไรอีกหรือเปล่า เจ้าของเรื่องก็ไปหาคำตอบเพิ่มเติม เรียกว่าเติมเต็ม ใครมีงานมานำเสนอ จัดเวทีให้เพื่อนดู ตรงไหนที่ควรปรับปรุง ต้องบอกด้วยว่าปรับอย่างไร ตรงนี้คือการประเมินแบบสร้างสรรค์"

๕. การสรุปและนำไปประยุกต์ใช้
เป็นขั้นการตกผลึกของกระบวนการเรียนรู้รายบุคคล กล่าวคือ ผู้เรียนแต่ละคนจะเกิดการมองสิ่งต่าง ๆ อย่างเป็นองค์รวม มองอย่างเชื่อมโยง หยั่งรู้ เกิดการค้นพบตัวเอง ว่ามีความสามารถ มีจุดเด่นจุดด้อยทางด้านใด ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะเกิดขึ้นกับผู้เรียน หลังจากที่เขาได้ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้และการแสดงออกตามกระบวนการดังกล่าวข้างต้น ซึ่งพิจารณาได้จากการหาข้อสรุปจากบทเรียน โดยมีครูเป็นผู้ชี้แนะเพิ่มเติม การแลกเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้การสะท้อนความคิด การแสดงผลงาน การจัดนิทรรศการ การแสดงออกในลักษณะละคร การนำข้อค้นพบ การปรับปรุงตนเองของผู้เรียน เช่น การปรับปรุงบุคลิกภาพ การเข้ากับคนอื่นได้ การเข้าใจผู้อื่น การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ในสถานการณ์ต่าง ๆ การเคารพสิทธิผู้อื่น ตลอดจนการสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ที่จะเกิดประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และการดำรงชีวิตประจำวัน

  

  

< แนวคิด  :  ความหมาย  :  ปัจจัยสนุบสนุน  :  ตัวอย่างการจัดกระบวนการเรียนรู้  :  บทบาทของผู้มีส่วนร่วม >