พ่อ-แม่ ผู้ปกครอง
เป็นที่ตระหนักกันดีว่า
โลกปัจจุบันในศตวรรษใหม่ที่จะมาถึงมีการเปลี่ยนแปลง อย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับโลกในศตวรรษก่อนๆ
ครอบครัวและเด็กๆ จะต้องเผชิญกับโลกยุคใหม่ ต้องปรับตัวและพัฒนาตนให้มีความสามารถ
มีความพร้อมที่จะรับมือกับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอย่างมากมาย
การปรับตัวในที่นี้
หมายถึง การเสริมสร้างศักยภาพของสมองให้มีประสิทธิภาพ พัฒนาสมองให้มีคุณภาพ
มีความสามารถเต็มที่ ซึ่งพ่อแม่จะมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการส่งเสริมศักยภาพสมองของลูก
การเสริมสร้างศักยภาพของสมองลูกให้มีประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับ
2 ปัจจัยที่ต้องเอื้ออำนวยซึ่งกันและกัน นั่นคือ ปัจจัยภายในหรือกรรมพันธุ์
ที่เป็นตัวกำหนดขั้นตอนการเจริญเติบโตของสมอง โครงสร้างของสมอง และการทำงานของสมองลูกตั้งแต่เป็นทารกอยู่ในครรภ์
กับปัจจัยภายนอกหรือสิ่งแวดล้อมและวิธีการเลี้ยงดูของครอบครัว ที่มีผลต่อการพัฒนาสมองลูกตั้งแต่เป็นทารกในครรภ์จนกระทั่งหลังคลอดและเติบโตเป็นผู้ใหญ่
ทั้ง 2 ปัจจัยที่กล่าวมา เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการพัฒนาสมองลูกให้เติบโตเป็นคนดี
คนฉลาด รอบรู้ สามารถแก้ไขเหตุการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข
เปรียบเสมือนว่าคนเราเกิดมาในโลกนี้เหมือนกับต้นไม้ที่มีเมล็ดพันธุ์อยู่แล้ว
แต่จะต้องอาศัยการรดน้ำ ใส่ปุ๋ย เพื่อจะทำให้เมล็ดพืชเติบโตขึ้นมาเป็นต้นไม้ใหญ่ที่แข็งแรงสมบูรณ์
เช่นเดียวกันสมองของเราที่ธรรมชาติให้มาเป็นห้องว่างๆ ที่ยังไม่ได้ตกแต่ง
ต้องอาศัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมทำให้สมองเป็นห้องที่สมบูรณ์ เป็นสมองที่ฉลาดมีความสามารถมากที่สุด
จึงกล่าวได้ว่าไม่มีความสามารถหรือความฉลาดใด ที่จะเกิดขึ้นตามธรรมชาติโดยปราศจากสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม
ปัจจุบันมีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับยีนหรือหน่วยพันธุกรรม
ที่เป็นตัวกำหนดการเจริญเติบโตและโครงสร้างของสมอง คนเรามียีนประมาณ 1 แสนยีน
และครึ่งหนึ่งของยีนหรือยีน 5 หมื่นยีน เป็นยีนที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโตและการทำงานของสมอง
นักวิทยาศาสตร์พบว่ามียีนที่กำหนดคุณลักษณะของเซลล์สมองว่าจะเป็นชนิดใด
มียีนที่กำหนดเส้นทางการเดินของเซลล์สมอง ซึ่งจะเดินทางจากส่วนกลางของสมองไปยังพื้นผิวของสมอง
และยังมียีนที่กำหนดให้เครือข่ายเส้นใยสมองพัฒนาไปในทิศทางที่ควรจะเป็น นอกจากนี้ยังมียีนที่เกี่ยวกับความจำและการเรียนรู้
และยีนที่ทำให้เกิดความสุข ซึ่งคนที่มีความผิดปกติของยีนตัวนี้จะเป็นคนที่มีพฤติกรรมซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม
เช่น ติดบุหรี่ ติดเหล้า ติดการพนัน หรือติดยาเสพย์ติด
ขณะเดียวกันก็มีข้อมูลมากมายมหาศาลเช่นเดียวกัน
เกี่ยวกับปัจจัยของสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของสมองและการเรียนรู้
สภาวะสุขภาพร่างกายและจิตใจของแม่ในระหว่างตั้งครรภ์ก็มีผลต่อสมองลูกในครรภ์ด้วย
สิ่งแวดล้อมในช่วงแรกเริ่มของชีวิตลูกเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง
ที่จะสามารถสร้างสรรค์ให้ลูกเป็นผู้ประสบความสำเร็จ มีความสามารถพิเศษ เป็นผู้มีชื่อเสียงก้องโลก
เป็นจิตรกร เป็นนายกรัฐมนตรีที่สามารถนำประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้าได้ หรือในทางตรงข้าม
อาจทำลายสมองลูก ทำให้เป็นผู้ที่มีแต่ความล้มเหลว ไม่สามารถมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขก็ได้
เทคโนโลยีใหม่ๆ
ในการตรวจการทำงานของสมองได้ให้ข้อมูลและยืนยันว่า ประสบการณ์การเลี้ยงดูมีผลต่อการเจริญเติบโตของสมอง
การวิจัยในสัตว์ทดลองก็ยืนยันข้อมูลนี้เช่นกัน
สมองเด็กแรกคลอดจะมีเซลล์สมองอยู่
1 แสนล้านเซลล์ แต่จะมีเครือข่ายเส้นใยสมองยื่นยาวออกจากเซลล์สมองที่เปรียบเสมือนแขนขาน้อยมาก
สิ่งแวดล้อมจะเป็นตัวกระตุ้นให้ลูกมีการสร้างเครือข่ายเส้นใยสมองและจุดชื่อมต่อขึ้นมากมาย
และจะกระตุ้นให้สร้างไขมันล้อมรอบเส้นใยสมองเหล่านี้ด้วย
การที่มีเส้นใยสมองและจุดเชื่อมต่อและไขมันล้อมรอบเส้นใยสมองอย่างมากมายนี้
จะทำให้ลูกมีความฉลาด มีความคิดสร้างสรรค์ มีความสามารถในการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพมาก
ข้อมูลทางวิทยาการยังค้นพบอีกว่าประสบการณ์ที่ลูกได้รับซ้ำๆ ก็จะทำให้เครือข่ายเส้นใยสมองและจุดเชื่อมต่อนี้อยู่คงที่
แต่ถ้าประสบการณ์และการเรียนรู้ที่ลูกได้รับเพียงครั้งเดียวหรือไม่ได้รับเลย
ก็จะทำให้เครือข่ายเส้นใยสมองและจุดเชื่อมต่อนี้สลายไป
สิ่งแวดล้อมหรือการเลี้ยงดูที่มีการสัมผัส
มีความผูกพันใกล้ชิด มีความรัก ความอบอุ่น จะส่งเสริมพัฒนาการสมองลูก และในทางตรงข้ามการเลี้ยงดูที่ทำให้ลูกเกิดความเครียด
ความกังวลหรือถูกทำร้าย ก็จะยับยั้งการเจริญเติบโตและพัฒนาการของสมองลูก ทำให้ลูกไม่มีประสิทธิภาพในการเรียนรู้และเป็นบุคคลที่ไม่มีประสิทธิภาพ
ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียดายมากเพราะสมองลูกเกิดมาพร้อมที่จะเรียนรู้ พร้อมที่จะมีประสิทธิภาพ
พร้อมที่จะฉลาด แต่ขาดปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมเท่านั้น
สิ่งแวดล้อมยังมีส่วนช่วยให้ลูกเป็นคนดี
ซื่อสัตย์ มีจริยธรรม มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีทัศนคติที่ดีต่อตนเองและผู้อื่นอีกด้วย
สิ่งแวดล้อมในที่นี้หมายถึงการเลี้ยงดูจากครอบครัว
คือ พ่อแม่ ที่เป็นบุคคลสำคัญที่จะสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับลูก สร้างให้ลูกมี
อีคิว หรือ ความสามารถในการพัฒนาอารมณ์ เพราะบุคคลที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับความฉลาดทางวิชาการ
หรือ ไอคิว เพียงอย่างเดียว แต่จะต้องมีทักษะหรือความสามารถในการพัฒนาอารมณ์
หรือ อีคิว ด้วย
คุณลักษณะของ
อีคิว คือ การรู้ตัว การประมาณตัวอย่างถูกต้อง รู้สภาพหรือสภาวะที่แท้จริงของตัวเอง
และต้องมีความสามารถที่จะควบคุมอารมณ์ได้ เป็นคนขยันหมั่นเพียร ไม่ล้มเลิกอะไรง่ายๆ
ไม่จับจด มีความกระตือรือร้น อยากจะประสบความสำเร็จ ในขณะเดียวกันก็ไม่ใช่คนที่ชอบแข่งขัน
รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา เป็นคนคล่อง มีทักษะหลายๆ
อย่าง เป็นคนที่มีระเบียบวินัยกับตัวเอง
พ่อแม่ต้องคำนึงถึงคุณภาพของผู้เลี้ยงดูลูกซึ่งอาจเป็นพ่อแม่
ญาติผู้ใหญ่ หรือพี่เลี้ยง หรือสถานรับเลี้ยงเด็ก คำนึงถึงการส่งเสริมพัฒนาการทางด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจของลูกให้สมบูรณ์แข็งแรง
คำนึงถึงการส่งเสริมพัฒนาการทางอารมณ์และความฉลาดของลูก ยกตัวอย่างเช่น ตอบสนองต่อความต้องการของลูกอย่างถูกต้อง
อ่านหนังสือให้ลูกฟัง เล่นกับลูก มีการฝึกระเบียบวินัยให้ลูก เลือกรายการโทรทัศน์ให้ลูกดู
และที่สำคัญจะต้องระลึกอยู่เสมอว่า เด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน
|