ผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบ :
สรรหาอย่างไร เพื่ออะไร
ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช
ประธานกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิโครงการผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบ
บรรยายพิเศษ ในการประชุมสัมมนา
ผู้บริหารสถานศึกษามืออาชีพและเปิดตัวผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบ ปี 2544
ณ โรงแรมโซลทวิน ทาวเวอร์ วันที่ 23 เมษายน 2545
ในฐานะประธานผู้ทรงคุณวุฒิโครงการผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบ ผมขอนำเรียนเรื่องการสรรหาผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบ ใน 2 ประเด็น คือ ประเด็นแรก เรามีวิธีการสรรหาอย่างไร และประเด็นที่สอง สรรหามาเพื่ออะไร
ประเด็นแรก การสรรหาผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบ การสรรหาครั้งนี้ยังถือว่าเป็นโครงการนำร่องภายในกลุ่มโรงเรียนปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 250 โรงที่ทางสภาการศึกษาได้ริเริ่มขึ้น เราได้ประกาศให้ผู้บริหารสถานศึกษาทั้ง 250 ท่านสมัครเข้ามาเอง รวมทั้งเปิดโอกาสให้นักวิจัยในพื้นที่และต้นสังกัดของท่านเหล่านั้นเสนอมาด้วย จากนั้นเราจึงตรวจสอบและคัดเลือกครั้งที่ 1 ไว้จำนวน 40 ท่าน แล้วได้จัดให้มีการสัมมนาเพื่อที่จะทำความรู้จักกัน เพื่อเล่าสู่กันฟังว่า แต่ละท่านทำอะไร อย่างไร
หลังจากนั้นคณะผู้ทรงคุณวุฒิกับคณะทำงานของ สกศ. ได้ไปเยี่ยมโรงเรียนทุกแห่ง เพื่อดูของจริง เก็บข้อมูลจากรอบด้าน แล้วเรามาปรึกษากัน บางครั้งเราไม่ค่อยมั่นใจว่าข้อมูลที่ได้มานั้นครบถ้วนถูกต้องสมบูรณ์ดีพอที่จะทำให้การตีความของเรามีความแม่นยำหรือไม่ จึงต้องขอให้ผู้ทรงคุณวุฒิบางท่านกลับไปดูใหม่ เพื่อให้ได้ข้อมูลชัดเจน แล้วในที่สุดเราจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ 16 ท่านเหล่านี้ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบ ปี 2544 ทั้ง ๆ ที่ท่านเลขาธิการ ดร. รุ่ง แก้วแดง เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะคัดเลือก 15 ท่านเท่านั้น เพราะฉะนั้น ที่เกินมา 1 ท่านก็ถือว่าเป็นกำไร
หลังจากที่ได้ผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบแล้ว เราได้ประกาศรายชื่อออกไปทางสื่อมวลชน ปรากฏว่ามีผู้ให้ความสนใจกันมาก และอยากจะรู้จัก อยากฟังผลงานรวมทั้งวิธีทำงานของผู้บริหารสถานศึกษาทั้ง 16 ท่านโดยตรง เราจึงจัดการประชุมเพื่อแนะนำตัวขึ้น เพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบทั้ง 16 ท่านได้ร่วมกันคิดเกี่ยวกับโครงการที่จะดำเนินการต่อไป จากเงินสนับสนุนการขยายเครือข่ายและการทำวิจัยจำนวน 3 แสนบาทต่อรายนี้ แต่ละท่านจะดำเนินการอย่างไร
เราได้คิดกันไว้ว่าทั้ง 16 ท่านจะได้รับการสนับสนุนในเชิงวิชาการ อาจจะจัด การประชุม Work shop ให้ เพื่อช่วยสนับสนุนการวางแผนวิธีทำงานของท่าน ในโครงการวิจัยและพัฒนา ซึ่งแต่ละแห่งไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน แนวคิด เป้าหมาย ทฤษฎีที่ใช้ วิธีการที่ใช้ ก็ยืดหยุ่น นี่คือลักษณะการทำงานที่เราอยากให้เกิดขึ้น
ประเด็นที่สอง เราสรรหาผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบเพื่ออะไร ในมุมมองส่วนตัวของผม คิดว่าการที่เราสรรหาผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบขึ้นมา ก็เพื่อเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในหลาย ๆ อย่าง ในการส่งเสริมกระบวนการปฏิรูปการศึกษา นั่นหมายความว่า การปฏิรูปการศึกษาต้องการตัวกิจกรรมหรือกระบวนการมากมายหลากหลายเหลือเกิน ที่จะผลักดันให้เกิดขึ้นได้จริงๆ เท่ากับว่านี่เป็นกระบวนการเล็กๆ เป็นจุดเล็กๆ เป็นกลไกเล็กๆ แต่ที่จริงก็ไม่เล็ก และยังมีอีกหลาย ๆ ส่วน ที่จะทำให้การปฏิรูปการศึกษาเป็นจริง
ถ้าถามว่าปฏิรูปการศึกษาเพื่ออะไร คำตอบสุดท้ายคือ ผู้เรียน อันที่จริงมีหลายคำตอบ นอกจากผู้เรียน ก็คือ ครู ด้วย ถ้ามีการบริหารสถานศึกษาที่ดี ครูจะมีความสุข นอกจากนักเรียนจะได้เรียนรู้ มีความสุข ครูจะมีความสุขด้วย
ในการนำเสนอผลงานนั้น ผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบได้เตรียมกิจกรรมนิทรรศการมาแสดงผลงานโรงเรียนของเขาด้วย ถ้าทุกท่านไปดูนิทรรศการของผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบ ท่านจะได้สัมผัสกับครู ชาวบ้าน กรรมการโรงเรียน และจะได้เห็นว่าท่านเหล่านั้นแสดงความสุขออกมาทางหน้าตา ท่าทางคำพูดอย่างไร
ท่านอาจจะบอกว่า เพราะโรงเรียนได้รางวัลละซิ ทุกคนก็ต้องมีความสุขแน่นอน แต่ผมได้มีโอกาสรับฟังจากคณะผู้ทรงคุณวุฒิที่ไปเยี่ยมโรงเรียน ทราบว่าผู้ทรงคุณวุฒิเหล่านั้นเมื่อไปที่โรงเรียนแล้วได้เห็นสภาพที่นักเรียนมีความสุข มีความมั่นใจ กล้าแสดงออก เมื่อไปถามพ่อแม่ พ่อแม่ก็บอกว่าตั้งแต่ผู้บริหารท่านนี้มาดำเนินการพัฒนา ลูกของเขาก็เปลี่ยนไป ตื่นเช้าขึ้นอยากไปโรงเรียน แม้ไม่ใช่วันเรียนก็ยังอยากไป และผู้ทรงคุณวุฒิก็บอกด้วยว่า เห็นได้ชัดเจนว่าครูทั้งหลายมีความสุขที่จะทำงานร่วมกัน
นอกจากนักเรียน และครูแล้ว ชุมชน และคนในท้องถิ่น ก็ได้รับประโยชน์จากการบริหารโรงเรียนที่ดี ที่มีความเอาใจใส่ เอาจริง เอาจัง ช่วยกันคิดช่วยกันทำหลายฝ่าย แล้วก็ช่วยกันปรับปรุง
คณะผู้ทรงคุณวุฒิเราได้มีโอกาสพบและพูดคุยกับผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบเป็นการเฉพาะแล้ว สิ่งหนึ่งที่เราเห็นชัดเจน ก็คือ ท่านเหล่านี้มีแรงจูงใจหรือแรงบันดาลใจที่จะทำให้โรงเรียนดี และเลือกที่จะหาวิธีคิด หรือร่วมกันคิดขึ้นด้วยตัวเอง สิ่งหนึ่งที่ผู้บริหารสถานศึกษาหลายคนพบก็คือ ถูกถามว่า โรงเรียนนี้จะประกาศเอกราชหรือ?
ผมคิดว่าประโยคคำถามนี้ดีมาก และดีใจที่คนมาตั้งข้อสังเกตอันนี้ เพราะนี่คือ หัวใจของการเป็นผู้บริหารต้นแบบ และการบริหารโรงเรียนที่ถูกต้อง ที่เรียกว่า SBM
ก็เพราะควรจะเป็นการบริหารแบบ SBM มิใช่หรือ โรงเรียนจึงต้องค่อนข้างเป็นเอกราชหน่อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเอกราชเต็มที่ ถึงอย่างไรก็ไม่เต็มที่ 100%หรอกครับ แต่ก็ต้องมีมาก ต้องมีสภาพของการที่โรงเรียนคิดเอง ทำเอง มีความสามารถที่จะริเริ่มดำเนินการ และตัดสินใจได้เองภายในโรงเรียนค่อนข้างมาก แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ถึงอย่างไรก็ต้องมีกติกาใหญ่ เพราะเราเป็นประเทศเดียวกัน เราอยู่ในกระทรวงเดียวกัน แต่ต้องเปิดโอกาสให้โรงเรียนมีอิสระมากขึ้น
เพราะฉะนั้น ในมุมมองของผม การบริหารโรงเรียนที่ดีเพื่อปฏิรูปการเรียนรู้ปฏิรูปการศึกษาให้ดีได้ จะต้องมีการปลดปล่อยพันธนาการ ออกจากการควบคุมและสั่งการที่ไม่จำเป็น อย่าลืมว่าการควบคุมและสั่งการอาจจะยังต้องมีอยู่บ้าง แต่ขอให้มีน้อย ยิ่งน้อยเท่าไรยิ่งดีเท่านั้น โดยมีแผน ภาพรวม ข้อตกลง และเป้าหมายใหญ่ของประเทศ และของท้องถิ่น แต่อย่าลงไปในรายละเอียด ต้องเปิดโอกาสให้มีการปรึกษาหารือริเริ่มภายในโรงเรียนเองได้ ผมคิดว่านี่คือหัวใจของการปฏิรูปสถานศึกษา ปฏิรูปการบริหารสถานศึกษา เพื่อการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้
สุดท้ายนี้ ผมขอให้ความเห็นในเรื่องของการวิจัยที่ท่านผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบจะดำเนินการต่อไป จะเห็นได้ชัดเจนว่า นี่เป็นโอกาสแรกของประเทศไทย ที่จะมีการสร้างศาสตร์ว่าด้วยการบริหารโรงเรียน SBM ในประเทศไทย นี่เป็นกระบวนการสร้างศาสตร์ของเราเอง ฝรั่งจะว่าอย่างไร เราก็ฟังไว้ แต่อย่าเชื่อทั้งหมด เราต้องสร้างขึ้นมาจากวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมของเราเอง นี่เป็นการสร้างทฤษฎีจากแผ่นดินแม่ เป็นสิ่งที่คนไทยจะต้องเรียนรู้ที่จะมีความมั่นใจในตัวเองที่จะสร้างศาสตร์ สร้างความรู้สร้างทฤษฎีของเราขึ้นมาเองได้ แล้วประกาศเผยแพร่ให้โลกรู้
ศาสตร์ของเราจะใช้ในบริบทอื่นได้มากน้อยแค่ไหนไม่สำคัญ แต่ต้องใช้ได้ในบริบทของเรา เรามีโรงเรียนผู้บริหารต้นแบบ 16 โรง และมีโรงเรียนเครือข่าย ผมเชื่อว่าภายในเวลาไม่ถึง 3 ปี องค์ความรู้ความเข้าใจที่เป็นแก่นของเรื่องจะค่อย ๆ ปรากฏชัดขึ้นจากโรงเรียนนั้น โรงเรียนนี้ แล้วนำมาเปรียบเทียบกัน เพื่อสรุปว่าอะไร คือ แก่นร่วมของทั้ง 16 โรง รวมทั้งอีกหลาย ๆ โรงที่จะมีเพิ่มขึ้นต่อไป
คำตอบที่เราจะได้ คือ หลักของการบริหารสถานศึกษา ที่จะทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริงแก่เด็กแก่นักเรียน แล้วทำให้ครูมีความสุข ครูมีความก้าวหน้า ครูมีความเป็นครูที่แท้จริง มีการพัฒนาวิชาชีพครู ทำให้ระบบการศึกษาของเราเป็นระบบที่เข้มแข็ง เป็นฐานที่แท้จริงของสังคมสมัยใหม่ ซึ่งเราก้าวเข้ามาสู่สังคมที่เรียกว่าเป็นยุคสังคมและเศรษฐกิจบนฐานความรู้ (Knowledge-based Economy and Society) สิ่งที่เป็นคำถามในสังคมก็คือ ในยุคนี้ระบบการศึกษาควรเป็นอย่างไร บทบาทของครูคืออะไร ครูกับส่วนอื่น ๆ ของสังคมจะต้องมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
นี่คือโจทย์คำถาม ที่จะเข้าไปในงานวิจัยที่ผู้บริหารสถานศึกษาแต่ละท่านจะทำ ซึ่งท่านจะค่อย ๆ สร้างความชัดเจนขึ้นมา เพราะฉะนั้น นี่จะเป็นช่วงชีวิตที่มีค่ายิ่งของท่านผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบและเครือข่าย เป็นส่วนที่น่าภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง
ผมเองโดยส่วนตัวก็ต้องกราบเรียนท่านเลขาธิการ ดร. รุ่ง ว่าต้องขอบพระคุณท่านที่ให้โอกาสผมมาช่วยทำงานนี้ ถือว่าเป็นโอกาสทองของชีวิตผมที่ได้มามีส่วนร่วมรับรู้รับฟังข้อมูลและประสบการณ์จากผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบ แต่ในขณะเดียวกัน นอกจากเป็นโชคแล้ว ก็เป็นบ่อเกิดแห่งความทุกข์ด้วย ประการที่หนึ่ง คือ ผมไม่เคยไปเยี่ยมโรงเรียนไหนเลย เพราะไม่มีเวลาไป ขาดโอกาสที่จะได้ไปเห็นข้อมูลจริงๆ ประการที่สองคือ การทำงานแบบนี้ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ ผมถูกใช้ให้ทำงานในเรื่องคัดเลือกคนดีเด่นอยู่เสมอ ทำให้ต้องทำหน้าที่ตัดสิน ซึ่งก็ทำให้เกิดความทุกข์ เพราะกลัวตัดสินใจผิดพลาด ถ้าเป็นเรื่องไม่สำคัญไม่มีไฟส่องสว่างมากก็ยังสบายใจ แต่ถ้าเป็นเรื่องต้นแบบหรือดีเด่น ซึ่งมีความสำคัญ ไฟส่องหน้าแรงมาก คนที่ทำหน้าที่อยู่ข้างหลังก็ใจไม่ค่อยดีไปด้วย เป็นความทุกข์อย่างหนึ่ง แต่เมื่อได้ฟังผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบนำเสนอแล้ว ความทุกข์นั้นก็คลาย
เราดีใจและเชื่อว่า มติที่เป็นเอกฉันท์ของคณะผู้ทรงคุณวุฒิน่าจะถูกต้อง แต่ในความเป็นจริง ผมอยากจะขอกราบเรียนว่า เรามี 16 ท่านที่ได้รับการยกย่องเป็นผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบ แต่เราก็เชื่อว่ายังมีอีกมากกว่า 16 ท่านนี้ที่ "ดีมาก" เหมือนกัน แต่บังเอิญไม่ได้อยู่ในโครงการนำร่อง 250 โรง ก็เลยไม่ได้รับการยกย่อง ประเทศไทยจะได้ประโยชน์เป็นอย่างยิ่งถ้าท่านเหล่านั้นอยู่ในโครงการด้วย
ผมอยากให้ผู้บริหารสถานศึกษาที่ยังอยู่ในที่มืด ยังไม่มีไฟไปส่องหน้า ได้มีโอกาสมาช่วยกันทำงานขยายผลการปฏิรูปการศึกษากับเรา และถ้าท่านทั้งหลายในที่นี้รู้เห็นว่ามีผู้บริหารเช่นนั้นอยู่ที่ไหนอีก ขอให้ช่วยกันแนะนำด้วย เพราะในปีต่อไปการสรรหาผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบต้องขยายวงกว้างและการทำงานสรรหาจะยากขึ้นมาก ท่านช่วยแนะนำเราด้วยว่าผู้บริหารอย่างนั้นอยู่ที่ไหน ดีอย่างไร
คำว่า "ดี" นี้ไม่จำเป็นต้องดีเหมือนกัน เพราะมีดีได้หลายแบบ โรงเรียนก็มีหลายแบบ ท้องถิ่นก็มีหลายแบบ ผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบทั้ง 16 ท่านที่ได้รับยกย่องครั้งนี้ ถ้าเราไปดูโรงเรียนของท่านเหล่านั้นจะเห็นว่าไม่เหมือนกัน ผู้ที่เป็นคนเมืองและเคยเห็นแต่โรงเรียนที่มีทุกอย่างพร้อม อาจจะถามว่า เลือกมาได้อย่างไร โรงเรียนไม่พร้อมเลย ก็ขอตอบว่า เขาไม่พร้อมก็เพราะอยู่ในที่ไม่พร้อม แต่เขาทำดี เป็นประโยชน์ต่อเด็ก เราจึงยกย่องเขา เพราะฉะนั้น โรงเรียนที่ดี บริหารดี ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน แต่ผมคิดว่าหัวใจอยู่ที่ผู้บริหาร คณะครู และกรรมการสถานศึกษา มีหลักที่แน่น คือ ทำเพื่อเด็ก อันนี้ผมว่าสำคัญที่สุด ในวงการศึกษาของเรา ถ้าเรามีคนที่ทำเพื่อเด็ก การศึกษาเราจะดีขึ้น ยิ่งมากเท่าไรยิ่งดี
สภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เราอาจจะมีผู้บริหารเช่นนั้นน้อยกว่าที่เราอยากมี เพราะว่าเรายังมีสภาพที่หลายคนยึดวิธีการที่จะเติบโตโดยการ "โหนผู้ใหญ่" ซึ่งเรื่องแบบนั้นไม่ผิด แต่ถ้าหากนั่นเป็นเพียงผลพลอยได้ โดยท่านยังยึดเด็กเป็นเป้าหมายหลัก สังคมไทยเราจะได้ประโยชน์ขึ้นมาก เพราะอนาคตของสังคมขึ้นอยู่กับเด็ก
เพราะฉะนั้น กิจกรรมที่เรามาพบปะประชุมกันนี้ เป็นกิจกรรมที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการขับเคลื่อนสังคม เพื่อที่จะทำให้เด็กของเราได้รับการดูแลที่ดีขึ้น ผู้บริหารต้นแบบ 16 ท่านได้รับการยกย่อง ด้วยผลงานในหลักใหญ่ที่ท่านทำเพื่อเด็กเป็นสำคัญ โดยท่านมีวิธีการบริหารที่จะรวมพลังครู รวมพลังกรรมการสถานศึกษา รวมพลังชุมชนขึ้นมาทำหน้าที่นี้ ผมขอให้ทุกท่านช่วยกันทำ แล้วก็ทำให้เกิดแนวทางที่จะมีโอกาสทำอะไรอีกหลาย ๆ อย่างต่อไปข้างหน้า
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ได้หาวิธีการที่จะมาเกื้อหนุนท่าน มีคณะทำงาน คณะผู้ทรงคุณวุฒิ คณะนักวิจัย โดยท่านอาจารย์ ดร. ธีระ รุญเจริญ เป็นหัวหน้าทีม ที่จะเข้าไปสนับสนุนท่านอย่างเป็นกระบวนการ เพราะฉะนั้น จะเห็นว่าโครงการนี้เป็นกิจกรรมที่เราหวังว่าจะสร้างประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองได้อย่างมากมาย บางเรื่องเราอาจจะคิดไม่ถึง แต่ท่านคิดออก เพราะท่านเป็นผู้ปฏิบัติ หลายๆ เรื่องที่เราจัด เราคิด เราพยายามทำให้ท่านอาจจะยังไม่ครบ ยังไม่เหมาะ บางส่วนยังไม่ดี ก็ขอความกรุณาท่านอย่าได้กังวลใจที่จะบอกว่าขอปรับขอเปลี่ยนขอเพิ่ม เพื่อที่จะทำให้สิ่งที่ท่านอยากจะทำนั้นเป็นไปได้อย่างที่ท่านคิดจริงๆ แต่ในขณะเดียวกันท่านก็คงทราบว่า หลายๆ เรื่องอาจจะต้องมีการโต้แย้งกัน เพราะความเห็นอาจจะไม่ตรงกัน มุมมองอาจจะไม่ตรงกัน แต่ความเหมาะสมความพอดีต้องมีด้วย อย่างไรก็ตาม เราอยากจะให้ทั้ง 16 ท่าน และเครือข่ายของท่าน ได้มีอิสระในการที่จะดำเนินการต่อไป
ผมในนามของคณะผู้ดำเนินการ ผู้ทรงคุณวุฒิ และคณะทำงาน ขอแสดงความยินดีและชื่นชมต่อผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบทั้ง 16 ท่านอีกครั้งหนึ่ง และขอเชิญชวนให้ท่านผู้บริหารสถานศึกษาอื่นๆ ได้ช่วยกันหาทางที่จะเป็นเครือข่ายกับท่านเหล่านี้ เพื่อช่วยกันสร้างสรรค์การดำเนินการเพื่อการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้ให้แก่สังคมไทยอย่างต่อเนื่องสืบไป ขอขอบพระคุณ
|