ผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบปี 2544

นางพริ้มพราย สุพโปฎก
ผู้รับใบอนุญาต และ ผู้อำนวยการ โรงเรียนไผทอุดมศึกษา
กรุงเทพมหานคร
ตำแหน่งปัจจุบัน ผู้รับใบอนุญาต และ ผู้อำนวยการ โรงเรียนไผทอุดมศึกษา
ที่ตั้ง 201 ถนนพหลโยธิน แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ 0 2521 1457-8
โทรสาร 0 2554 2233
ที่อยู่ปัจจุบัน เลขที่ 49/4 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ 0 2521 1743, 0 1821 2210
e-mail : patai1@patai.th.edu,
primprai@patai.th.edu
วัน เดือน ปีเกิด วันที่ 13 ตุลาคม 2484
อายุ 60 ปี
วุฒิการศึกษาสูงสุด พาณิชยศาสตร์บัณฑิต (พณ.บ.) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสถานศึกษา 17 ปี
เป็นผู้บริหารในสถานศึกษาปัจจุบัน 18 ตุลาคม 2528
รางวัลเกียรติยศ
- รางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นผู้บริหารการศึกษาดีเด่น พ.ศ. 2538 (มูลนิธิสมาน-คุณหญิงเบญจา แสงมลิ กระทรวงศึกษาธิการ)
- ผู้บริหารการศึกษาดีเด่น พ.ศ. 2532 (สมาคมครูโรงเรียนราษฎร์แห่งประเทศไทย)
- รางวัลพระราชทานชนะเลิศ "คุณธรรมและจริยธรรมดีเด่น" จากสมเด็จพระเทพรัตน-ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พ.ศ. 2531
กระบวนการบริหารที่ส่งเสริมการปฏิรูปการเรียนรู้
โรงเรียนไผทอุดมศึกษาเน้นการปฏิรูป 4 ด้าน คือ
1.การปฏิรูประบบบริหาร โดยการ
กำหนดวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การพัฒนาโดยจัดทำเป็นธรรมนูญสถานศึกษา ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อบริหารและจัดการศึกษาสู่ความเป็นเลิศอย่างมีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล จัดทำหลักสูตรสถานศึกษาที่หลากหลายเพื่อสนองตอบความต้องการของผู้เรียน/ชุมชน และสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ผู้เรียนได้เรียนรู้สาระและกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลายสามารถนําไปใช้ในชีวิตได้ ผู้เรียนมีสุขภาพกาย ใจที่สมบูรณ์แข็งแรง มีคุณธรรมจริยธรรม และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข สามารถดำรงชีวิตได้อย่างพอเพียงเหมาะสมตามวิถีความเป็นไทย ภูมิปัญญาไทย
ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน เปี่ยมล้นคุณธรรม มีความคิดสร้างสรรค์ ห่วงใยสิ่งแวดล้อม มีความพร้อมด้านภาษา สุขกายสบายใจ อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข รักษ์วัฒนธรรมไทย เลิศล้ำคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
การควบคุมตรวจสอบคุณภาพด้วยกระบวนการ PDCA โดยการ
วางแผนงานของโรงเรียน (Plan) โดยให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ทั้งจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการสมาคมผู้ปกครองและครู ฝ่ายบริหารของโรงเรียน ครูอาจารย์ นักเรียน มีส่วนในการจัดทำธรรมนูญสถานศึกษา เป้าหมายผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน การวางแผนยุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติงานประจำปี และกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ ซึ่งมีการกำกับ ติดตามให้ครูนำไปสู่การปฏิบัติตลอดเวลา
การนำแผนสู่การปฏิบัติ (Do) โดยการกำหนดเป็นปฏิทินปฏิบัติงานของทุกแผนงาน มีการมอบหมายผู้รับผิดชอบ มีการกำกับ ติดตามด้วยการจัดประชุมในหมวดวิชาทุกวันศุกร์เพื่อปรับปรุงแก้ไขตลอดเวลา
การตรวจสอบติดตาม (Check) โดยมีแผนกงานนโยบาย กำกับและตรวจสอบคุณภาพภายในของโรงเรียน ซึ่งมีผู้บริหารแผนกรับผิดชอบ มีการกำกับติดตามงานตามสายงานตลอดเวลา และใช้กระบวนการนิเทศภายในอย่างสม่ำเสมอ
การพัฒนาปรับปรุงงาน (Action) โดยการนำผลสรุปการประเมินของทุกงาน/โครงการ จัดทำเป็นเอกสารที่ชี้ให้เห็นผลสำเร็จ ปัญหาอุปสรรค และแนวทางแก้ไข เพื่อใช้ประโยชน์ในการจัดทำแผนพัฒนาโรงเรียนในปีต่อไป และเผยแพร่ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรับทราบเพื่อการเข้ามีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียน
การนิเทศและการวิจัยพัฒนา โดยการพัฒนาระบบการนิเทศภายใน การทำวิจัยด้านการเรียนรู้ของโรงเรียนเอง และร่วมกับสถาบันต่าง ๆ มีการเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้สาขาต่าง ๆ มาให้แนวคิดเพื่อจุดประกายให้กับครู และผู้ปกครอง
การพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ โรงเรียนได้พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อใช้ในการบริหารและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยเชื่อมต่อกับระบบ Internet และมีการจัดทำศูนย์ ICT ของโรงเรียนคือ ศูนย์ Patai Cyber และ Internet Corner จัดทำ Home Page และ ห้องสมุด Multimedia ไว้บริการนักเรียนและครู
การมีส่วนร่วมของชุมชนและสังคม โรงเรียนดำเนินการโดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้ทั้งในชุมชนและสถาบันต่าง ๆ มาให้ความรู้ครูอย่างต่อเนื่อง
การให้ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนใช้เป็นแหล่งฝึกงานและศึกษาอบรมตามสภาพจริง เพื่อให้นิสิตนักศึกษาและครูอาจารย์จากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ได้ฝึกงานและได้รับประสบการณ์จากสภาพจริงของโรงเรียน และโรงเรียนก็จะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้รับแนวความคิดที่หลากหลายเพื่อพัฒนาปรับปรุงโรงเรียนด้วย
การประกันคุณภาพการศึกษา โรงเรียนได้ดำเนินการประเมินคุณภาพภายในอย่างเป็นระบบตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2538 จนกระทั่งการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาพ.ศ. 2542 ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน มีการเขียนรายงานการประเมินตนเองเพื่อขอรับการประกันคุณภาพและรับรองมาตรฐานการศึกษาเรียบร้อยแล้ว
2. การปฏิรูปหลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอน โดยการ
พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา อย่างหลากหลายและสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนและชุมชน โดยเน้นให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติจริง และสามารถสร้างองค์ความรู้ได้ เช่น หลักสูตรภาษาอังกฤษ หลักสูตรคอมพิวเตอร์ หลักสูตรพัฒนาทักษะการคิด หลักสูตรอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม หลักสูตรพัฒนาพหุปัญญาโดยสวนพฤกษศาสตร์ของโรงเรียน หลักสูตรพัฒนาผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษสาขาต่าง ๆ
พัฒนากระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยการฝึกทักษะการคิด การแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง และการลงมือปฏิบัติจริง โดยการพัฒนาครูให้สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยเทคนิคและวิธีการที่หลากหลาย การพัฒนาผู้เรียนด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิต การพัฒนาด้านคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ และการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริง โดยใช้เทคนิคและเครื่องมือการประเมินผลที่หลากหลาย เช่น การสังเกตพฤติกรรม การประเมินผลงาน การทดสอบ การสอบถามสัมภาษณ์ และเน้นการมีส่วนร่วมของผู้เรียน ผู้ปกครองและชุมชน
3. การปฏิรูปสภาพแวดล้อมเพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ โรงเรียนได้จัดสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนให้เอื้อต่อการเรียนรู้ ในรูปศูนย์ต่าง ๆ เป็น 2 ลักษณะ ดังนี้
แหล่งเรียนรู้สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ได้แก่ หอสมุด ศูนย์วิทยพัฒนาอนุบาลศึกษา ศูนย์วิชาการ(ส่วนการศึกษาอนุบาล) ศูนย์พัฒนาการ(ส่วนการศึกษาอนุบาล) ศูนย์วิทยพัฒนาส่วนการศึกษาสามัญ ศูนย์พัฒนาอัจฉริยภาพ ศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ศูนย์สารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา (ICT) ศูนย์การเรียนรู้ภาษาด้วยตนเอง Language Skill Development Centre ศูนย์ทักษะคณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์ ศูนย์ส่งเสริมความสามารถพิเศษ ศูนย์การทดลองและวิจัยทางวิทยาศาสตร์ สวนสร้างปัญญาท้าความคิด ศูนย์ศิลปหัตถกรรม ศูนย์วัดผลและแนะแนว
แหล่งการเรียนรู้เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน ได้แก่ ศูนย์ธรรมชาติศึกษาและสิ่งแวดล้อม ห้องเรียนสีเขียว GEO Garden ศูนย์ Recycling Community ศูนย์กิจกรรมลูกเสือ-ยุวกาชาด และส่งเสริมสมรรถภาพ ศูนย์คุณธรรมและจิตวิทยา ศูนย์ผลิตสื่อ
4. การปฏิรูปครูและบุคลากร โรงเรียนกำหนดคุณลักษณะของครูและบุคลากรโดยคำนึงถึงความศรัทธาในวิชาชีพครู คุณวุฒิ ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในสาขาวิชาต่าง ๆ มีการจัดทำแผนอัตรากำลังของฝ่ายต่าง ๆ กำหนดขอบข่ายความรับผิดชอบ และปรับอัตราเงินเดือนค่าตอบแทนตามความสามารถและความต้องการอยู่ตลอดเวลา จัดให้มีกิจกรรมการนิเทศเพื่อพัฒนาครูและบุคลากรอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพื่อให้ครูมีความรู้ความเข้าใจและสามารถดำเนินการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้อย่างมีคุณภาพ
|